เรียนภาษาอังกฤษกับ 7 ประเทศยอดนิยม

Im Education ขอแนะนำ 7 ประเทศที่เหมาะกับการเรียนภาษามาให้น้องๆ นักเรียนที่กำลังมองหาคอร์สเรียนภาษาอังกฤษเพื่อพัฒนาศักยภาพตัวเอง หรือผู้ปกครองที่กำลังวางแผนส่งลูกหลานไปเรียนภาษาอังกฤษที่ต่างประเทศ แต่ยังไม่แน่ใจจะไปประเทศไหนดี ทาง Im ได้รวบรวมข้อมูลข้อดีของแต่ละประเทศเอาไว้เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจเลือกประเทศกัน

UK  I  New Zealand  I  Australia  I  Canada  I  USA  I  Singapore  I  UAE

1. United Kingdom

อังกฤษ

สหราชอาณาจักร หรือที่คนไทยเรารู้จักคุ้นเคยก็คือประเทศ“อังกฤษ” นั้นเอง ถือเป็นประเทศที่เป็นเจ้าของภาษาอังกฤษตัวจริงเสียงจริง ผู้ออกแบบหลักสูตรภาษา และประเทศอังกฤษยังมีสถาบันภาษาให้น้องๆ เลือกมากมายอีกด้วย

  • ได้เรียนภาษาอังกฤษแบบฉบับ British English เจ้าของภาษาแท้ๆ ในสำเนียงภาษาอังกฤษแบบบริติช
  • มีแหล่งท่องเที่ยวมากมายทางด้านศิลปะ สถาปัตยกรรม ประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม พิพิธภัณฑ์ และงานเทศกาลมากมายตลอดทั้งปี
  • สามารถเดินทางท่องเที่ยวประเทศในยุโรปได้สะดวก
  • มีหลักสูตรภาษาอังกฤษมากกว่าประเทศใดในโลกในเลือกเรียนทั้งขั้นพื้นฐาน และ Academic English
  • มีโรงเรียนสอนภาษามากมายที่มีคุณภาพระดับโลกแทบทุกเมืองทั้งเมืองใหญ่เล็ก
  • เป็นประเทศที่มีชื่อเสียงด้านกีฬาโดยเฉพาะสโมสรฟุตบอลดังๆ เช่น ลิเวอร์พูล แมนเชสเตอร์ซิตี้ แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด อาร์เซลนอล เป็นต้น
  • มีระบบคมนาคมยอดเยี่ยม โดยเฉพาะการเดินทางโดยรถไฟที่โยงใยเชื่อมต่อไปทั่วทั้งประเทศ
ค้นหาโรงเรียนภาษาที่อังกฤษ

2. New Zealand

นิวซีแลนด์

เหตุผลก็ง่ายๆเลยผู้คนนิยมไปเรียนภาษาอังกฤษที่ นิวซีแลนด์ ก็คือ ความสวยงามอันดับต้นๆ ของโลก ดินแดนแห่งเมฆขวายาวเยียดนี้ มีสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่สวยงาม ระดับ 5 ดาว สะอาด อากาศดีตลอดทั้งปี จึงถือเป็นประเทศที่ตอบโจทย์ของนักเรียนจากทั่วโลก ดังนั้นเรามาดูข้อดีอื่นของการเรียนภาษาที่นิวซีแลนด์กันดีกว่า

  • มีความปลอดภัยมากที่สุดเป็นอันดับ 2 ของโลก รัฐบาลมีการดูแลอย่างทั่วถึง โดยเฉพาะนักเรียนต่างชาติ
  • ใช้ภาษาอังกฤษภาษาราชการ และเป็นภาษาอังกฤษหลักในการสื่อสารทั่วประเทศ
  • ใช้รูปแบบการสอนภาษาแบบเดียวกับประเทศอังกฤษ แต่ค่าครองชีพถูกกว่าประเทศอังกฤษ
  • มีสถาบันสอนภาษาที่มีคุณภาพทั้งเกาะเหนือ และเกาะใต้
  • มีทัศนียภาพที่สวยงาม รวมถึงมีสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติมากมายให้ท่องเที่ยวได้ตลอดทั้งปี
  • เป็นอีกหนึ่งประเทศที่มีคุณภาพการใช้ชีวิตที่ดีที่สุดในโลก
  • คนนิวซีแลนด์เป็นเข้าถึงง่าย จิตใจดี มีความเป็นมิตรสูง และใช้ชีวิตเรียบง่าย
ค้นหาโรงเรียนภาษาที่นิวซีแลนด์

3. Australia

ออสเตรเลีย

ประเทศที่คนไทยอยากไปเรียนภาษามากที่สุด! ตลอดระยะเวลาหลาย 10 ปีที่ผ่านมา นั้นก็เพราะออสเตรเลียเป็นประเทศที่ทันสมัย ระยะทางไม่ไกลจากเมืองไทยมากนัก สภาพอากาศก็ค่อนข้างดีเหมาะสมกับคนไทยและคนเอเชีย และถ้าจะบอกว่ออสเตรเลียนับว่าเป็นสวรรค์ของนักกินก็คงไม่ผิด รวมถึงยังมีกิจกรรมมากมายตลอดทั้งปี มาดูข้อดีอื่นๆ ของการเรียนภาษาที่ออสเตรเลียกันดีกว่า

  • เป็นประเทศที่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาหลักในการสื่อสาร
  • อยู่ใกล้กับประเทศไทย สามารถบินไป-กลับได้สะดวกและค่าตั๋วเครื่องบินไม่แพง
  • มีตัวเลือกของสถาบันสอนภาษามากมาย ทั้งของสถาบันของมหาวิทยาลัย วิทยาลัย และโรงเรียนเอกชน
  • สามารถทำงาน Part-time ได้ 40 ชั่วโมงต่อ 2 สัปดาห์
  • เป็นประเทศที่มีความปลอดภัยสูง กฏหมายเข้มงวด
  • มีหลากหลายเชื้อชาติ และวัฒนธรรม ที่ผสมกลมกลืนกันอย่างลงตัว
  • มีสถานที่ท่องเที่ยวแบบธรรมชาติ ภูเขา ทะเล มากมาย และกิจกรรมในเมืองต่างๆ มีเทศกาลอาหารและดนตรีอยู่เป็นประจำ
  • ถือว่าเป็นเมืองแห่งวัฒนธรรมกาแฟขนาดแท้ มี Cafe และการจัดการแข่งขัน Barista อย่างต่อเนื่องทุกๆ ปี
ค้นหาโรงเรียนภาษาที่ออสเตรเลีย

4. Canada

แคนาดา

ถือเป็นหนึ่งในประเทศที่น่าอยู่ที่สุดในโลกประเทศหนึ่ง ที่ได้รับความนิยมอย่างมาก และยังเป็นประเทศที่คนไทยหรือชาวต่างชาติต่างๆ ต้องการไปเรียนภาษาอังกฤษ เพราะเป็นประเทศที่เปิดโอกาสสำหรับการทำงาน และเปิดรับการขอย้ายสัญชาติมากที่สุดของโลก มาดูว่าข้อดีว่าทำไมแคนาดากลายเป็นประเทศในฝันของคนหลายๆ คนกัน

  • แคนาดาในเมืองหลักๆ ใช้ภาษาอังกฤษในการสื่อสารเป็นหลัก มีสำเนียงคล้ายคลึงอเมริกันแบบที่คนไทยคุ้นเคย ทำให้ฟังเข้าในง่าย เรียนรู้ได้ไว
  • มีคุณภาพของการศึกษาที่ดีระดับต้นๆ ของโลก และมีสถาบันสอนภาษาชั้นนำให้เลือกมากมาย
  • เงียบสงบ มีคนไทยค่อนข้างน้อยเมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ และมีความปลอดภัยค่อนข้างสูง
  • เป็นประเทศที่เป็น Multicultureผสมกลมกลืนมากที่สุดประเทศหนึ่งของโลก ทำให้มีปัญหาการเหยียดเชื้อชาติน้อยมากๆ
  • อากาศดี เย็นตลอดทั้งปี เหมาะสำหรับคนชอบอากาศเย็นเป็นที่สุด
  • ธรรมชาติงดงาม ยิ่งใหญ่ เหมาะกับการท่องเที่ยวสำรวจไปรอบๆ ประเทศ เช่นเทือกเขา Rockies หรือ Niagara Fall ที่ยิ่งใหญ่
ค้นหาโรงเรียนภาษาที่แคนาดา

5. USA

อเมริกา

หากถามว่าทำไมคนไทยมักจะเลือกไปเรียนภาษาที่สหรัฐอเมริกา ก็เพราะว่าสหรัฐอเมริกาเป็นประเทศที่มีความเจริญก้าวหน้า ทั้งทางเทคโนโลยี เป็นผู้นำด้านการเงินของโลก และความคึกคักของเมืองที่น่าตื่นเต้น ไม่มีวันหลับสลับกับแสงสีที่สว่างไสว ซึ่งทำให้เป็นจุดหมายปลายทางที่น่าสนใจอันดับต้นๆ สำหรับคนไทยที่ต้องการเรียนภาษาอังกฤษ ไม่เพียงแต่ได้เรียนรู้ภาษาอังกฤษเท่านั้น แต่ยังมีโอกาสที่จะผจญภัยสู่เมืองที่เป็นที่นิยมของโลกอีกด้วย

  • ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาหลักในการสื่อสาร มีสำเนียงภาษาอังกฤษคุ้นหู ฟังว่าน
  • มีโรงเรียนสอนภาษาให้เลือกเยอะมาก
  • หลักสูตรสอนภาษาอังกฤษได้รับการยอมรับจากทั่วโลก
  • มีสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญมากมาย และหลากหลายในแต่ละเมือง
  • มีคนจากหลากหลายวัฒนธรรมที่จากทั่วทุกมุมโลกอยู่ในอเมริกา
  • มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบ เทคโนโนยีทันสมัย นำหน้าใครๆ ทั่วโลก
  • มีเทศกาล หรืองานทางด้านวัฒนธรรมสม่ำเสมอ ทั้งการแสดง ดนตรี อาหาร
  • เรื่องอาหารการกินยืนหนึ่ง ทั้งร้านอาหาร คาเฟ่ และสตรีทฟู้ดมากมาย
ค้นหาโรงเรียนภาษาที่อเมริกา

6. Singapore

สิงคโปร์

ประเทศที่รัฐบาล และผู้คนให้ความสำคัญกับการศึกษาอย่างสูง และถือเป็นอันดับ 1 ในอาเซียน (ASEAN) ในด้านการศึกษา เพราะแนวความคิดที่ว่าพัฒนาประเทศให้ยั่งยืนต้องเริ่มพัฒนาที่คน โดยไปคนสิงคโปร์จะพูดภาษาอังกฤษได้ เพราะถูกยกให้เป็นภาษาราชการของสิงคโปร์อีกด้วย สภาพแวดล้อมในการอยู่อาศัยที่สะอาด และมีระเบียบวินัยสูง ซึ่งเป็นเหตุผลที่ทำให้เมืองที่สะดวกสบายเป็นอันดับหนึ่งต้นๆ ของโลก มีความหลากหลายทางวัฒนธรรม ใกล้เมืองไทย ความปลอดภัยสูงมาก น้องๆ จะปรับตัวง่ายมากเพราะชีวิตความเป็นอยู่คล้ายคลึงกับเมืองไทยมาก

  • อยู่ใกล้ประเทศไทยมากที่สุดเดินทางสะดวก เวลาต่างจากที่ไทยเพียงแค่ 1 ชั่วโมงเท่านั้น
  • เป็นประเทศที่มีความ International มาก เพราะมีชาวต่างชาติอาศัยอยู่กว่า 40% 
  • มีระบบการเรียนการสอนตามมาตราฐานสากล การเรียนเข้มมาก
  • มีสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียง และกิจกรรมให้ทำมากมาย ทั้ง indoor และ outdoor
  • อาหารมีให้เลือกหลากหลายทั้ง มาเลย์ จีน อินเดีย ตะวันตก และยุโรป ในราคาที่ไม่แพง
ค้นหาโรงเรียนภาษาที่สิงคโปร์

7. UAE

ดูไบ

เมืองดูไบเป็นเมืองที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตสหรัฐ (UAE) และเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจที่สำคัญ ที่นี่เป็นที่ตั้งของบริษัทต่างชาติจำนวนมากที่เข้ามาลงทุน ถึงแม้ภาษาอาหรับจะเป็นภาษาราชการในประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตสหรัฐ แต่ในเมืองดูไบส่วนมากกว่าครึ่งคือ ชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ และการสื่อสารในชีวิตประจำวันจึงใช้ภาษาอังกฤษเป็นหลัก ดังนั้นสถาบันการศึกษาทั่วโลกยังเห็นถึงความต้องการดังกล่าว และได้เปิดสาขาที่ดูไบเพื่อให้บริการการเรียนภาษาอังกฤษ และที่ดูไบนี้นักเรียนยังสามารถทำงาน Part- time ได้อีกด้วย

  • โอกาสทางการงาน Part-time มากมาย เพราะเมืองดูไบเป็นศูนย์กลางทางธุรกิจ การท่องเที่ยว และการเงิน 
  • ดูไบมีสถาบันภาษาการศึกษาที่มีมาตรฐานสูง ครูเป็น Native speaker และคอร์สเรียนภาษาอังกฤษที่ยืดหยุ่น เพราะเรียนด้วยทำงานด้วยมากๆ
  • ประสบการณ์ทางวัฒนธรรม เพราะเมืองดูไบเป็นสถานที่ที่ผสมผสานวัฒนธรรมที่หลากหลาย 
  • โอกาสในการเชื่อมโยงกับผู้คน และองค์กรที่สำคัญทางธุรกิจทหมห้โอกาสทำงานระยะยาว Full time เป็นไปได้ไม่ยาก
ค้นหาโรงเรียนภาษาที่ดูไบ

สอบถามข้อมูลเรียนต่อต่างประเทศ
086-4882446
หรือทักไลน์มาสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม

Line ปรึกษาอิม

5 เช็คลิสต์ก่อนตัดสินใจไปเรียนภาษาอังกฤษ!

ในโลกปัจจุบันการสื่อสารด้วยภาษาอังกฤษนับว่ามีความจำเป็นมาก ดังนั้นการศึกษาต่อในต่างประเทศกลายเป็นทางเลือกที่เป็นที่นิยมอันดับต้นๆ ของผู้คนหลายคน เพื่อพัฒนาทักษะในภาษาอังกฤษของตนเอง และเพิ่มประสบการณ์ชีวิตที่มีค่าอีกด้วย อย่างไรก็ตามก่อนที่จะตัดสินใจที่จะไปเรียนต่อนั้น เราควรพิจารณาสิ่งต่างๆ กันก่อนว่าควรเลือกศึกษาที่ไหนดีนั่นเอง คำตอบในคำถามนี้จะขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่างที่นักเรียนควรพิจารณาอย่างละเอียด เพื่อเลือกสถาบันการศึกษาที่เหมาะสม และคุ้มค่ากับเงินที่น้องๆ ต้องจ่าย ดังนั้นเรามาดูกันว่าก่อนที่จะตัดสินใจที่จะเลือกเรียนภาษาอังกฤษที่ต่างประทศ อะไรบ้างที่เราควรเตรียมตัวเรื่องอะไรบ้าง

กำหนดเป้าหมายในการไปเรียนภาษาอังกฤษของเราเป็นไปได้อย่างชัดเจน ว่าวัตถุประสงค์หลักของการเรียนภาษาคืออะไร เพื่อเลือกหลักสูตรให้ตรงกับความต้องการ

  • ต้องการพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวัน และประสบการณ์ในการใช้ชีวิตในต่างประเทศ หรือเหตุผลอื่นๆ ที่ทำให้คุณมีความจำเป็นที่ต้องเรียนภาษาอังกฤษ
  • ต้องการพัฒนาภาษาอังกฤษเพื่อเพิ่มโอกาสในการทำงาน เพื่อเลื่อนตำแหน่ง เพื่อปรับเงินเดือน หรือเพิ่มโอกาสทางอาชีพในอนาคต
  • ต้องการเรียนภาษาเพื่อเตรียมตัวสำหรับการศึกษาต่อในระดับปริญญาที่ต่างประเทศ
  • ต้องการภาษาเพื่อเตรียมสอบวัดระดับภาษาอังกฤษ เช่น IELTS, TOEFL, TOEIC, Cambridge PTE หรือการสอบอื่นๆ

หลักสูตรหรือคอร์สเรียน ก็เป็นสิ่งที่สำคัญมาก เพราะจากที่เราทบทวนเป้าหมายของการไปเรียนภาษาของเราเองแล้ว จากนั้นก็ต้องมองหาหลักสูตรให้ตรงความต้องการ อย่างเช่นคอร์สเรียนภาษา

  • หลักสูตร General English สำหรับการสนทนาในชีวิตประจำวัน
  • หลักสูตร Business English คอร์สเรียนภาษาสำหรับการทำงาน
  • หลักสูตร Acedemic English คอร์สเรียนภาษาสำหรับการศึกษาต่อ

และสุดท้ายก็เพื่อให้แน่ใจว่าหลักสูตรนี้เหมาะกับน้องมากน้อยแค่ไหน ปรึกษา Im Education ได้เลย

และเมื่อรู้แล้วว่าหลักสูตรไหนที่เราต้องการไปเรียน อีกด้านหนึ่งที่เราจำเป็นต้องรู้คือ ระดับภาษาของเราก่อน เพื่อจะได้รู้ว่าต้องไปเรียนต่อใน Level ไหน และนี้คือสิ่งที่จะทำให้เรารู้ระยะเวลาการลงทะเบียนได้อย่างคร่าวๆ ว่าเราจะต้องลงเรียนนานเท่าไหร่ เพื่อให้ระดับภาษาของเราขับไปถึงเป้าหมาย โดยเกณฑ์การวัดระดับภาษาอังกฤษที่เป็นสากล มีชื่อเรียกว่า CEFR (The Common European Framework of Reference for Languages) โดยจะแบ่งออกเป็น 6 ระดับโดยประมาณ เริ่มตั้งแต่ A1- C2

CEFR-Cambridge-English-Level

ข้อที่สำคัญที่สุดคือเรื่องการเงิน เพราะการไปเรียนภาษาที่ต่างประเทศ นอกจากค่าเล่าเรียนแล้ว ยังมีค่าจ่ายเรื่องที่พัก เรื่องการเดินทาง ดังนั้นเราจำเป็นจะต้องมีค่าใช้จ่ายมากกว่าเรียนภาษาในประเทศไทยอย่างแน่นอน แต่จะต้องใช้งบเท่าไหร่ขึ้นอยู่กับระยะเวลาที่เราไปเรียนภาษาด้วย โดยส่วนมากจะเริ่มต้นที่ 4 สัปดาห์ ไปจนถึงนานที่สุด 1 ปี น้องๆ ที่ไปเรียนภาษาส่วนใหญ่จะไปเรียนกันประมาณ 12-24 สัปดาห์ (3-6 เดือน) เพราะเป็นระยะเวลาที่เริ่มเห็นพัฒนาการของภาษาอังกฤษ สำหรับค่าใช้จ่ายในการไปเรียนภาษาต่อเดือนจะอยู่ที่ประมาณ 60,000-100,000 บาท ขึ้นอยู่กับชั่วโมงเรียน เมือง ลักษณะของที่พัก และประเทศที่เราเลือกไปเรียนด้วย

การเรียนภาษาอังกฤษในต่างประเทศ มีเงื่อนไขไม่เหมือนกัน บางประเทศนักเรียนที่ลงเรียนภาษาก็ไม่อนุญาติให้ทำงาน อย่างเช่นอังกฤษ แคนาดา สิงคโปร์ หรืออเมริกา แต่บางประเทศก็สามารถทำงาน Part time ได้ โดยเงินที่ได้จากการทำงาน Part time จะช่วยในเรื่องของค่าครองชีพของน้องๆ ได้บางส่วน เท่านั้น แล้วประเทศไหนบ้าง ที่เปิดโอกาสให้ทำงาน Part time ระหว่างเรียนภาษาได้ ทาง Im Education ขอแนะนำ 3 ประเทศ ที่เปิดโอกาสให้น้องๆ ที่ไปเรียนภาษาสามารถทำงาน Part time ระหว่างเรียนได้ คือ

  • ออสเตรเลีย
  • นิวซีแลนด์
  • ดูไบ (UAE)
ค้นหาโรงเรียนภาษา

“With hard work, learning English, and getting involved, there is no limit on what you can achieve.”

– Arnold Schwarzenegger

เช็คความพร้อมก่อนเดินทางไปเรียนต่อต่างประเทศ

เป็นคำถามที่หลายคนอาจกำลังถามตัวเองอยู่ก็เป็นได้ การเรียนต่อมีหลายแนว ทั้งเรียนภาษาระยะสั้น ระยะยาว เรียน Diploma ทางวิชาชีพ หรือเรียนปริญญา ต้องเริ่มจากการสำรวจเป้าหมายของตัวเองก่อน

สำหรับคนที่อยากรีเฟรซตัวเองจากการทำงานหนักๆ และอยู่ในสิ่งแวดล้อมเดิมๆ มานานจนหมด passion หรืออยากท่องเที่ยวแบบได้ประโยชน์ไปด้วยในตัว อาจลองสมัครเรียนภาษาระยะสั้นสัก 2-3 เดือนดูก่อน เป็นเวลาที่ไม่สั้นและไม่ยาวเกินไปกำลังสนุก

สำหรับคนที่มีเป้าหมายชัดเจนว่าอยากพัฒนาตัวเองเพื่อตำแหน่งงานที่สูงขึ้น ก็มี 2 แบบให้เลือกอีกก็คือ 1. เรียนภาษาอย่างเดียวเพื่อฝึกทักษะภาษาโดยเฉพาะ แนะนำว่าให้ลงเรียนภาษาหลักสูตร General English สัก 6 เดือนไปเลยค่ะ เห็นพัฒนาการแน่นอน 2. เรียนภาษาเพื่อเตรียมเรียนต่อ แนะนำให้ลงเรียนภาษาหลักสูตร English for Academic Purpose ซึ่งจะมีการโฟกัสไปที่การใช้ภาษาเชิงวิชาการ ที่ใช้ในการเขียนรายงาน ทำวิจัย พรีเซ้นต์งานหน้าชั้น การอภิปรายเชิงวิชาการในชั้นเรียน ซึ่งหลายสถาบันสามารถนำคะแนนจากหลักสูตรนี้ยื่นเข้ามหาวิทยาลัยที่เป็นพาร์ทเนอร์กันได้เลยโดยไม่ต้องสอบ IELTS อีกรอบ

ส่วนคนที่อยากย้ายประเทศ แนะนำให้มองหาหลักสูตรวิชาชีพ (Diploma) ในสาขาที่เป็นที่ต้องการของตลาดแรงงานในประเทศที่สนใจ แน่นอนว่าก็คงต้องเริ่มเตรียมต้นจากการเรียนภาษาเช่นกัน

แต่ละประเทศมีข้อดีของตัวเอง ต้องเช็คเงื่อนไขที่ตรงกับใจเราเป็นหลัก เช่น ถ้าอยากเรียนภาษาและทำงานพาร์ทไทม์ระหว่างเรียนไปด้วย ตัวเลือกที่เหมาะสมก็คืออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ ที่อนุญาตให้ผู้ถือวีซ่านักเรียนทุกคนสามารถทำงานพาร์ทไทม์ได้ 20 ชม.ต่อสัปดาห์ ถ้าอยากเรียนปริญญาตรีให้จบเร็ว ตัวเลือกที่ลงตัวคือสิงคโปร์ ที่มีหลักสูตรปริญญาตรีจบภายใน 2 ปี ถ้าอยากทำงานต่างประเทศระยะยาว ตัวเลือกที่น่าสนใจคือแคนาดา ที่มีเงื่อนไขให้คนจบ Diploma หลักสูตร 2 ปี อยู่ทำงานต่อได้อีก 3 ปี และมีสิทธิ์ขอวีซ่าระยะยาวเพื่ออยู่อาศัยถาวรได้เลยภายใน 1 ปีหลังได้งานทำ

มีวิธีเลือกสาขาเรียน 3 แบบ คือ 1.เลือกจากความสนใจของเรา จะทำให้การเรียนสนุก มีความกะตือรือล้นในการเรียน และทำผลคะแนนได้ดี 2.ต่อยอดจากความรู้เดิม เช่น จบ ป.ตรีด้านบริหาร ต่อ ป.โท MBA จะทำให้การสมัครเรียนต่อง่ายกว่าการย้ายข้ามสาย 3.เลือกจากความต้องการของตลาด เช่น งานด้าน Data Sciene กำลังเป็นที่ต้องการ ก็เลือกเรียนสาย IT  เพราะจบมามีงานรองรับมากมาย

ความพร้อมจะเกิดขึ้นเมื่อมีการศึกษาข้อมูลและเตรียมตัวก่อนการเดินทางเป็นอย่างดี เช่น เข้าใจเกี่ยวกับหลักสูตรที่จะไปเรียนเป็นอย่างดี ว่าจะต้องเรียนกี่วิชา วิชาอะไรบ้าง ต้องเตรียมค่าใช้จ่ายไปเท่าไหร่สำหรับค่าเรียน ค่าครองชีพในแต่ละเดือน ต้องเตรียมใจให้พร้อมเผชิญปัญหา และแก้ปัญหาด้วยตัวเอง ต้องให้เวลาตัวเองในการปรับตัวและต่อสู้กับปัญหาต่างๆ ทั้งการเรียน อากาศ อาหาร ที่พัก เพื่อน ฯลฯ

เราสามารถประเมินค่าใช้จ่ายก่อนสมัครเรียนได้ โดยตรวจสอบค่าเรียน ค่าที่พัก ค่าครองชีพรายเดือน ตลอดจนค่าวีซ่า ค่าตั๋วเครื่องบิน ค่าประกันสุขภาพ ได้จากผู้มีประสบการณ์ และเว็บไซต์ต่างๆ

เงื่อนไขการทำงานพิเศษในแต่ละประเทศมีความแตกต่างกัน ในอเมริกา และสิงคโปร์ นักเรียนไม่สามารถทำงานพิเศษได้ ในแคนาดา และอังกฤษ นักเรียนสามารถทำงานพิเศษได้เมื่อเข้าเรียนวิทยาลัยหรือมหาวิทยาลัยแล้ว ในออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ นักเรียนสามารถทำงานพิเศษได้เมื่อลงเรียนภาษา 3 เดือนขึ้นไป และนักเรียนมัธยมนิวซีแลนด์สามารถทำงานได้เมื่อเรียนชั้น Year 12-13

แล้วแต่หลักสูตรและประเทศที่จะเดินทาง สำหรับระดับปริญญาควรสมัครล่วงหน้าประมาณ 1 ปี ระดับมัธยมควรสมัครล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 1 เทอม ทั้งนี้เนื่องจากทางสถาบันมีการกำหนดโควต้า และวันรับสมัครของเขาไว้ และเราก็ต้องเผื่อเวลาในการเตรียมเอกสารวีซ่า และพิจารณาวีซ่าด้วย

การเรียนภาษาไม่จำเป็นต้องสอบก่อน แต่ละมีการสอบวัดผลพื้นฐานภาษาในวันแรกที่เริ่มเรียน การเรียนมัธยม แล้วแต่ข้อกำหนดของโรงเรียนที่สมัคร การเรียนปริญญา ต้องสอบ IELTS/TOEFL เพื่อใช้ในการยื่นสมัครเรียน และอาจมีข้อสอบที่บางสาขาวิชาบังคับเพิ่มเติม เช่น BMAT, GMAT

สำหรับนักเรียนมัธยม มีตัวเลือก 2 ลักษณะ คือหอพักกับโฮมสเตย์ นักเรียนภาษาสามารถเลือกพักกับโฮมสเตย์ ที่พักนักศึกษา หรืออพาร์ทเม้นท์ส่วนตัวได้ (กรณีอายุมากกว่า 18 ปี) ส่วนระดับมหาวิทยาลัย สามารถเลือกหอพักมหาวิทยาลัย และหอพักเอกชนได้ โดยทางมหาวิทยาลัยจะมีแผนก Accommodation คอยให้คำแนะนำ

การยื่นขอวีซ่าเป็นเรื่องสำคัญมากสำหรับการเรียนต่อต่างประเทศ เพราะผลการพิจารณาวีซ่าในแต่ละครั้ง จะมีผลต่อประวัติการยื่นขอวีซ่าทั้งหมด การถูกปฏิเสธวีซ่าหนึ่งครั้ง อาจมีผลให้วีซ่าในครั้งต่อไปยากขึ้น ดังนั้นจึงจำเป็นต้องจัดเตรียมเอกสารให้พร้อม โดยเฉพาะอย่างยิ่งสเตทเม้นท์ธนาคาร ซึ่งสถานทูตส่วนใหญ่ยึดเป็นเอกสารสำคัญในการพิจารณาผลวีซ่า เพื่อป้องกันไม่ให้นักเรียนไปใช้สวัสดิการของประเทศเขา

อิมเอ็ดดูเคชั่น

เป็นศูนย์แนะแนวการเรียนต่อต่างประเทศระดับมาตรฐานสากลได้รับการรับรองหน่วยงานทั้งในประเทศไทย และต่างประเทศมากมาย อีกทั้งยังเป็นสมาชิก Tieca  รวมถึงผ่านการอบรมโดยสถานทูตต่างๆ มากมาย