July – September อุณหภูมิโดยเฉลี่ย 34°C – 37°C
Main City
Vancouver : Toronto
Montreal : Ottawa
Capital
Ottawa เมืองหลวงที่สวยงามที่สุดเมืองหนึ่งของโลก
Population
ประชากรประมาณ 35.6 ล้านคน (2016)
Area
พื้นที่ 9,976,140 ตร.กม. ใหญ่เป็นอันดับ 2 ของโลก
Main City
Vancouver : Toronto
Montreal : Ottawa
Capital
Ottawa เมืองหลวงที่สวยงามที่สุดเมืองหนึ่งของโลก
Population
ประชากรประมาณ 35.6 ล้านคน (2016)
Area
พื้นที่ 9,976,140 ตร.กม. ใหญ่เป็นอันดับ 2 ของโลก
เนื่องจากค่าเล่าเรียนที่แคนาดาไม่แพง และมีโอกาสในการทำงานสำหรับผู้จบการศึกษาเป็นสิ่งที่ทำให้นักเรียนต่างชาตินิยมมาเรียนต่อแคนาดาสูงขึ้นในช่วงหลายปีที่ผ่านมา
ด้วยขนาดที่ใหญ่เป็นอันดับสองของโลก และที่ตั้งที่อยู่ทางเหนือมากที่สุดในโลก ทำให้แคนาดาเป็นอีกหนึ่งประเทศที่มีความพิเศษไม่เหมือนใคร จากประวัติศาสตร์หลังสิ้นสุดยุคสงครามแย่งชิงดินแดนทางตอนเหนือของทวีปอเมริการะหว่างอังกฤษ และฝรั่งเศสที่ยืดเยื้อแย่งกันถึงเจ็ดปี ในที่สุดแคนาดาก็ตกเป็นของอังกฤษ และเริ่มถือกำเนิดเป็นประเทศขึ้นในปี ค.ศ.1867ปัจจุบันแคนาดาใช้ระบอบการปกครองแบบประชาธิปไตยโดยมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข โดยถือ สมเด็จพระเจ้าชาลส์ที่ 3 แห่งสหราชอาณาจักรเป็นพระมหากษัตริย์
แคนาดา...การศึกษาที่เปิดโอกาสให้ชีวิตEnglish I French
ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาแรก
in The World
(Worldaltas)
ความรู้พื้นฐานระดับมัธยม วิชาการอ่าน คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์
โดยปัจจุบันคาดการว่าแคนาดามีจำนวนนักเรียนต่างชาติมากกว่า 250,000 คน และตัวเลขนี้มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นในหลายๆ ปีที่ผ่านมา เพราะแคนาดามีมาตรฐานการศึกษาทุกระดับชั้น เป็นที่ยอมรับจากทั่วทุกมุมโลก ได้รับการพิจารณาว่ามีระดับเทียบเท่ากับปริญญาที่จบจากอเมริกา อังกฤษ โดยสถาบันการศึกษาของแคนาดา 4 แห่งอยู่ในระดับท้อป 100 มหาวิทยาลัยในการจัดอันดับของ QS World University Rankings 2016 คือ
แคนาดายังมีชื่อเสียงว่าเป็นประเทศที่มีธรรมชาติงาม สภาพแวดล้อมสะอาด ระบบการดูแลสุขภาพและการขนส่งสาธารณะที่ดี ที่มีความสงบ และปลอดภัย รวมถึงมีความมั่นคงทางการเมืองมาก
บางคนอาจจะประหลาดใจเพียงแค่ว่าแคนาดามีความหลากหลายทางวัฒนธรรมได้อย่างไร แคนาดาเป็นประเทศที่มีคนอพยพเข้าไป ได้ต้อนรับคนมากกว่า 15 ล้านคนในช่วงศตวรรษที่ผ่านมา โดยแคนาดาเป็นประเทศแรกในโลกที่นำนโยบายความหลากหลายทางวัฒนธรรมมาใช้ช่วงทศวรรษ 1970 โดยเน้นคุณค่าของความแตกต่างของสีผิวและชาติพันธุ์ ในขณะที่คำว่า “ความหลากหลายทางวัฒนธรรม” เป็นคำสามัญในทุกวันนี้ แต่ในแคนาดาไม่เป็นเช่นนั้น แคนาดาเป็นตัวตั้งตัวตีในการสนับสนุนแนวคิดนี้ หนึ่งในสามของชาวแคนาดามีภูมิหลังทางเชื้อชาติอย่างใดอย่างหนึ่ง โดยการสำรวจจำนวนประชากรล่าสุดแสดงให้เห็นว่า หนึ่งในห้าของชาวแคนาดาไม่ได้พูดภาษาทางการทั้ง 2 ภาษาของแคนาดา คือภาษาอังกฤษและฝรั่งเศส (สังเกตได้ว่าคนที่พูดภาษาฝรั่งเศสส่วนใหญ่อาศัยอยู่ที่มณฑลควิเบก ก็จะพบคนพูดภาษาฝรั่งเศสทั่วประเทศ) กลุ่มชนชาติขนาดใหญ่บางกลุ่มที่อาจเจอได้ก็มี ชาวสก็อต, ชาวไอริช, ชาวเยอรมัน, ชาวอิตาเลี่ยน และชาวจีน ด้วยความแตกต่างนี้จึงทำให้เกิดกิจกรรมทางวัฒนธรรมมากมายขึ้นที่แคนาดานี้
July – September อุณหภูมิโดยเฉลี่ย 34°C – 37°C
October อุณหภูมิโดยเฉลี่ย 7°C – 12°C
November – December อุณหภูมิโดยเฉลี่ย 0°C – 10°C
January – March อุณหภูมิโดยเฉลี่ย -20°C – -30°C
April – June อุณหภูมิโดยเฉลี่ย 20°C – 30°C
รัฐบาลให้ความสำคัญด้านการศึกษามาก พิจารณาได้จากอัตราการใช้จ่ายเงินต่อคนในด้าน การศึกษาสูงกว่าทุกประเทศในกลุ่ม G8 แคนาดาเป็นประเทศ Top 10 ของประเทศที่น่าอยู่ที่สุดในโลก ตามผลการสำรวจของสหประชาชาติและหน่วยงานข้อมูลทางเศรษฐกิจ ชาวแคนาดามี มาตรฐานคุณภาพชีวิตดีที่สุดในโลก พลเมืองเกือบ 70% มีบ้าน และทรัพย์สินถาวร นอกจากนี้ยังมีระบบประกันสุขภาพ และสังคมที่มีมาตรฐาน ตลอดจนสื่อบันเทิงและศิลปะอื่นๆ สิ่งแวดล้อมที่เป็นมิตร ความเจริญก้าวหน้าทางเทคโนโลยี ควบคู่การดูแลรักษาธรรมชาติ รวมถึงนโยบายส่งเสริมความหลากหลายด้านวัฒนธรรม
แคนาดามีชื่อเสียงด้านความปลอดภัย เนื่องจากมีอัตราการก่ออาชญากรรมต่ำมาก และมีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง มีความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีชั้นสูง มีภาษาราชการถึง 2 ภาษา คืออังกฤษและฝรั่งเศส และมีโปรแกรมสอนภาษา ทั้ง ESL และ FSL เปิดโอกาสให้นักเรียนต่างชาติสามารถเลือกเรียนภาษาที่สนใจได้ภายในที่เดียว
การเตรียมตัวก่อนไปเรียนต่อที่แคนาดาควรเริ่มต้นด้วยการวางแผนการเงินอย่างรอบคอบ เพื่อให้สามารถใช้ชีวิตนักศึกษาที่นั่นได้อย่างไร้กังวล โดย EduCanada แนะนำให้เตรียมเงินงบประมาณ $7,000 – $20,000 (CAD) ต่อปี เพื่อใช้ครองชีพรวมถึงค่าที่พักอาศัย ค่าอาหาร และค่าประกันสุขภาพ อย่างไรก็ตาม ค่าใช้จ่ายเหล่านี้อาจแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับเมืองที่นักเรียนเลือกไปอาศัย เพราะแต่ละเมืองมีการจัดเก็บภาษี (TAX) ไม่เท่ากัน
นอกเหนือจากค่าครองชีพ ยังมีค่าใช้จ่ายอื่นๆ เช่นค่าเทอม ค่าอุปกรณ์หรือเอกสารการเรียน และค่าธรรมเนียมหรือใบอนุญาติอื่นๆ ซึ่งไม่รวมอยู่ในจำนวนเงินที่แนะนำไว้ข้างต้น อีกทั้งยังควรเตรียมค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่อาจเกิดขึ้น อย่างเช่น สำหรับการท่องเที่ยว การพบปะเพื่อน หรือการเข้าร่วมกิจกรรมตามความสนใจของตัวนักเรียนเองด้วย
โดยนักเรียนสามารถใช้เว็บไซต์สำหรับคำนวณค่าใช้จ่ายในการเรียนต่อแคนาดาอย่าง Expatistan ซึ่งมีฐานข้อมูลที่ Update และเป็นข้อมูลจากประชาชนที่อยู่อาศัย เพื่อวางแผนการเงินได้ชัดเจนยิ่งขึ้น
|
หลักสูตรภาษาอังกฤษ |
$9,600 – $19,200 (CAD) ต่อปี |
|
มัธยมปลาย |
$15,000- $40,000 (CAD) ต่อปี |
|
ใบประกาศ / อนุปริญญา |
$12,000 – $15,000 (CAD) ต่อปี |
|
ปริญญาตรี |
$18,000 – $28,000 (CAD) ต่อปี |
|
ปริญญาโท |
$14,000 – $20,000 (CAD) ต่อปี |
|
ปริญญาเอก |
$14,000 – $20,000 (CAD) ต่อปี |
เมื่อน้องๆ นักเรียนที่เรียนภาษาอังกฤษในแคนาดาจะยังไม่สามารถทำงานได้สามารถทำงานพาร์ทไทม์ได้ แต่ถ้าหากนักเรียน เรียนอยู่ในหลักสูตร Diploma หรือปริญญาขึ้นไปแล้วนั้น โดยสามารถทำงาน Part-Time ได้ 20 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ และสามารถทำงาน Path-Time ได้ไม่จำกัดในช่วงปิดเทอม แต่ในปี 2023 จนถึงสิ้นปี ทางรัฐบาลแคนาดาประกาศว่านัดศึกษาต่างชาติสามารถทำงาน Path-Time ได้ไม่จำกัดอีกด้วย
มีสถานศึกษาหลายแห่งในแคนาดาที่มีโปรแกรมความร่วมมือทางการศึกษา ซึ่งให้นักศึกษาเรียนและทำงานสลับกันได้ (CO-OP)โดยมีการดำเนินการร่วมกันระหว่างสถานศึกษาและภาคธุรกิจ เป็นต้นทางให้น้องๆ มีตัวเลือกในการทำงานพิเศษหลากหลายสาขา
นอกจากนี้ นักเรียนต่างชาติที่จบการศึกษาในสถานศึกษาชั้นสูงของแคนาดายังมีโอกาสทำงานในแคนาดาเพิ่มเติมหลังจากการรับปริญญาหรือประกาศนียบัตรที่ใช้เวลาเรียนอย่างน้อย 2 ปี หลังจากเรียนจบ น้องๆ ต้องขอใบอนุญาตทำงานในโปรแกรม Post-Graduation Work Permit Program (PGWPP) ซึ่งจะทำให้น้องๆ มีโอกาสทำงานได้อีก 3 ปี อีกทั้งเปิดโอกาสในการสมัครเป็นพลเมือง PR (Permanent Residence) ชาวแคนาดาอีกด้วย
แวนคูเวอร์เป็นเมืองท่า ตั้งอยู่ในรัฐ British Columbia ทางตะวันตกของแคนาดา และเป็นเมืองที่มีประชากรมากที่สุดในแถบนี้ และมากเป็นอันดับ 3 ของแคนาดา ต้นกำเนิดของเมืองเริ่มตั้งแต่ตอนปลายของศตวรรษที่ 19 ซึ่งในตอนนั้นแวนคูเวอร์เป็นเพียงชุมชนเล็กๆ ที่เรียกว่า Granville หรือ Gastown ซึ่งเกิดจากโรงแรมเล็กๆ ที่ถูกสร้างขึ้นให้ช่างไม้ได้พักอาศัย จากโรงแรมเล็กๆ ริมน้ำ ขยายใหญ่กลายเป็นเมืองแวนคูเวอร์อย่างรวดเร็วเนื่องจากการพัฒนาด้านทางรถไฟของแคนาดา ทำให้ผู้คนหลั่งใหลมารวมกัน ณ ที่แห่งนี้
ท่าเรือของแวนคูเวอร์นับเป็นท่าเรือที่ใหญ่ที่สุดในแคนาดา ทำให้เมืองนี้กลายเป็นศูนย์กลางการส่งออกและนำเข้าสินค้าไปโดยปริยาย นอกจากนี้เมืองยังทำรายได้มหาศาลจากอุตสาหกรรมโทรทัศน์และภาพยนตร์ที่เข้ามาถ่ายทำ อีกทั้งความสวยงามของเมืองแห่งนี้เองที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวและนักศึกษาต่างชาติให้แวะเข้ามาอย่างไม่ขาดสาย
แวนคูเวอร์เป็นเมืองที่มีความหลากหลายทางวัฒนธรรมเป็นอย่างมาก โดยประชากรเกินครึ่งไม่ได้ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาหลัก ประกอบด้วยชาวเอเชียซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวจีนถึง 25% (ไชน่าทาวน์ของที่นี่ใหญ่เป็นอันดับ 3 ของอเมริกาเหนือ) นอกจากนี้ยังมีภาษาพันจาบี และภาษาเวียดนาม ที่ถูกใช้อย่างกว้างขวาง นับได้ว่าแวนคูเวอร์เป็นเมืองแห่ง multiculture ที่ผสมผสานกันอย่างลงตัว
เนื่องจากพื้นที่ 3 ใน 4 ของแวนคูเวอร์ ถูกรายล้อมไปด้วยภูเขาจึงทำให้เป็นเมืองที่มีภูมิอากาศอบอุ่นที่สุดในประเทศแคนนาดา เลยเป็นเหตุผลสำคัญอีกประการที่ทำให้คนเอเชียนิยมมาอยู่ที่เมืองนี้อีกด้วย
ประชากรประมาณ 2,249,725 คน
โทรอนโตเป็นเมืองใหญ่ที่สุดในประเทศแคนดานา และเป็นเมืองที่ใหญ่อันดับ 4 ในทวีปอเมริกาเหนือ โทรอนโตเป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดของรัฐออนแทรีโอ ของแคนาดา ตั้งอยู่บนฝั่งริมน้ำทางตอนเหนือของ Lake Ontario เป็นเมืองที่มีขนาดใหญ่และมีความเป็นสากลมากที่สุดในประเทศแคนาดา มีประชากรโดยประมาณ 5.6 ล้านคน (2564)
โทรอนโตเป็นเมืองที่มีประชากรหลากหลายเชื้อชาติมาอยู่รวมกันมากที่สุดในโลก โดย 40% ของประชากรเป็นคนต่างชาติที่ย้ายถิ่นฐานเข้ามาอยู่อาศัย โทรอนโตยังได้ชื่อว่าเป็นนิวยอร์กแห่งแคนาดา เป็นเมืองที่สะอาดและปลอดภัยที่สุดในอเมริกาเหนือ และเนื่องจากมีการผสมผสานกันระหว่างคนหลายเชื้อชาติทำให้โทรอนโตมีชีวิตกลางคืนที่มีสีสัน และร้านอาหารให้เลือกหลายชาติ
อีกทั้งโทรอนโตมีงานสถาปัตยกรรมที่น่าสนใจ มีโรงละครที่มีชื่อเสียงโด่งดัง สนามกีฬาระดับโลก นักเรียนที่มาเรียนที่นี่มีโอกาสมากมายที่จะได้ศึกษาชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คนต่างวัฒนธรรมที่นี่ เช่น การเดินเที่ยวชมเมือง เยี่ยมพิพิธภัณฑ์และหอศิลป์ ดูภาพยนตร์ ชมสถานที่ท่องเที่ยวขึ้นชื่อ เช่น ตึก CN Tower, Ontario Place, Harbourfront และ Casa Loma ในช่วงฤดูร้อนก็สามารถไปนั่งเรือแคนูเที่ยวชมสวน Algonquin หรือนั่งรถไปเที่ยวที่น้ำตกไนแองการ่า เล่นสกีที่บลูเมาเท่น และยังมีการจัดเทศกาลด้านศิลปวัฒนธรรมนานาชาติมามาย และเทศกาลภาพยนตร์กว่า 30 งานต่อปี ทำให้นักเรียนมีกิจกรรมให้เลือกทำนอกเวลาเรียนอย่างมากมาย
ประชากรประมาณ 5,647,656 คน
useful website
https://www.canada.travel
เมืองออตตาวา (Ottawa) เป็นเมืองหลวงและศูนย์กลางการปกครองของแคนาดา ตั้งอยู่บนภาคเหนือของแม่น้ำออตตาวา มีลักษณะทางภูมิศาสตร์เป็นที่ราบและลาดเอียง มีแม่น้ำออตตาวา และลำธารอื่นๆ ที่วนรอบเมือง ที่ดินในพื้นที่เมืองแบ่งออกเป็นสองฝั่งโดยแม่น้ำ โดยฝั่งทิศตะวันออกของแม่น้ำเป็นฝั่งที่ใช้ในการทำธุรกิจและศูนย์กลางเมือง ส่วนฝั่งทิศตะวันตกของแม่น้ำเป็นฝั่งที่ราบลุ่มและมีภูเขาน้อย ซึ่งเป็นบริเวณที่มีสวนสาธารณะและพื้นที่สำหรับกิจกรรมกลางแจ้งตลอดทั้งปี และมีบทบาททางการเมืองที่สำคัญ เนื่องจากเป็นที่ตั้งของรัฐบาล
ออตตาวาเป็นเมืองที่สวยงามและมีประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจ แนะนำให้น้องนักเรียนที่มาเรียนต่อแคนาดาสามารถเดินทางท่องเที่ยวในสถานที่สำคัญในเมือง เช่น
ประชากรประมาณ 1.4 ล้านคน
มอลทรีออลเป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดในเขตการปกครองของรัฐควิเบก โดยเป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดเป็นอันดับ 2 ของประเทศแคนาดา มีประชากรประมาณ 3,675,219 คน มอลทรีออลเป็นเกาะอยู่ในแม่น้ำ St. Lawrence ซึ่งเป็นแม่น้ำขนาดใหญ่ ผู้คนที่มอลทรีออลสามารถพูดได้ 2 ภาษา คือภาษาอังกฤษและฝรั่งเศส โดยมีชุมชนแบ่งตามเชื่อชาติอยู่ 80 ชุมชน มี 4 มหาวิทยาลัย ทำให้เห็นถึงวิถีชีวิตของมอลทรีออล เมืองที่สร้างอยู่ล้อมรอบภูเขาและมีสวนมากมาย มีชุมชนที่น่าสนใจหลายแห่งเช่น ย่านตัวเมือง ย่านเมืองเก่า Mount Royal และ Island Parks ที่นี่มีพิพิธภัณฑ์ ร้านขายของเก่า ร้านเสื้อผ้าบูติค ร้านอาหารชั้นเยี่ยม ย่านช้อปปิ้งขนาดใหญ่ และเมืองใต้ดิน the Underground City มีหลายอย่างน่าทำ เมื่อมาอยู่ที่มอลทรีออล เช่นกีฬาฤดูหนาว ช้อปปิ้ง เดินตลาด ชมพิพิธภัณฑ์ ท่องเที่ยวผจญภัย หรือแม้แต่พักผ่อนสบายๆ
หากจะมองว่ามอนทรีออลนั้นเป็นยุโรปแห่งอเมริกาเหนือก็คงไม่ผิด เพราะสถาปัตยกรรมในเมืองแห่งนี้ยังคงไว้ด้วยต้นแบบมาจากยุโรปที่งดงาม ด้วยความเก่าแก่ของเมืองมอนทรีออล ซึ่งเคยเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมและการเงินของแคนาดามาก่อน ที่ผสมผสานเข้ากับความร่วมสมัยแล้วนั้น ทำให้เมืองมอนทรีออลดูคลาสสิคและน่าหลงใหล
เป็นจุดรวมโบราณสถานและสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์กว่า 50 แห่ง มีทั้งโบสถ์ในสมัยโบราณ และโบสถ์ใหญ่อย่าง Notre-Dame Roman Catholic Church, Basilica, St. George Antiochian Orthodox Church, Church of Notre-Dame-de-la-Défense และ St. Patrick’s Basilica ซึ่งล้วนแล้วแต่ยิ่งใหญ่ตระการตา สมแล้วที่นักเขียนชื่อดังอย่าง Mark Twain ให้สมญานามไว้ว่า “เมืองแห่ง 100 หอระฆัง”
French
วิกตอเรียหรือเรียกได้ว่า เมืองแห่งสวน (City of Gardens) มีสวนดอกไม้ที่ สวยดุจดังสวนสวรรค์ที่มีชื่อเสียงโด่งดังอย่าง Butchart Garden ยังขึ้นชื่อว่าเป็นเมืองที่มีชื่อเสียงด้านการท่องเที่ยวไม่ว่าจะเป็นการเดินทางมาชมดูปลาวาฬพิฆาต Killer Whale หรือเรียกกันอีกชื่อว่า Orca มีท่าเรืออยู่ใจกลางดาวทาวน์วิกตอเรีย มีอาคารรัฐสภา British Columbia Parliament Buildings เป็น landmark หลักของเมือง อีกทั้งวิกตอเรียยังเป็นเมืองหลวงของรัฐบริติชโคลัมเบีย (British Columbia) อีกด้วย ตั้งอยู่ไม่ไกลไปจากเมืองใหญ่อย่างแวนคูเวอร์อีกด้วย
วิกตอเรียเป็นเมืองที่ขึ้นชื่อในเรื่องของความสะอาด ความปลอดภัยและน่าอยู่เป็นอย่างมาก มีทิวทัศน์ที่งดงามด้วยภูมิทัศน์ชายฝั่งทะเลที่สวยงาม มีพื้นที่สีเขียวหลายแห่ง เช่น สวนบีคอนฮิลล์ ด้วยบรรยากาศที่อบอุ่นและเป็นกันเองของชาวแคนาดาที่เป็นมิตรและใจดีนี้ วิกตอเรียจึงได้รับเลือกให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเป็นอันดับต้นๆ ของโลกด้วยความสงบและปลอดภัย รถไม่ติด ไม่มีความเร่งรีบ สภาพอากาศที่ไม่หนาวจนเกินไป อากาศจะอุ่นสบายมากในช่วงซัมเมอร์ ทำให้เมืองวิกตอเรีย (Victoria) เหมาะแก่การเดินทางไปเรียนและศึกษาต่อทั้งระดับมัธยมศึกษาและระดับปริญญา
ประชากรประมาณ 363,222 คน
เวอร์นอนเป็นเมืองในหุบเขา Okanagan แห่งรัฐบริติชโคลัมเบีย อยู่ห่างจากเมืองแวนคูเวอร์ประมาณ 4.5 ชั่วโมงทางรถยนต์หรือใช้เวลาเพียง 50 นาทีโดยเครื่องบิน โดยเมืองเวอร์นอนเป็นเมืองขนาดกลาง ตั้งอยู่ท่ามกลางหุบเขา แม่น้ำ ภูเขาและทะเลสาบที่สวยงาม คือ Kalamalka Lake, Okanagan Lake และ Swan Lake เวอร์นอนเป็นเมืองที่ได้รับความนิยมในการท่องเที่ยวและเป็นเมืองที่น่าอยู่ที่สุดแห่งหนึ่งของแคนาดาเพราะค่าครองชีพไม่สูง เป็นเมืองขนาดไม่เล็กไม่ใหญ่ ที่มีเทคโนโลยีสูง ที่อยู่ควบคู่ไปกับการเกษตรและธรรมชาติได้อย่างลงตัว
ประชากรประมาณ 51,896 คน
คาลการี่เป็นเมืองในรัฐแอลเบอร์ตา ประเทศแคนาดาตั้งอยู่ในแนวเชิงเขาของเทือกเขาร๊อกกี้กับทุ่งหญ้า Canadian Prairies ซึ่งมีความงดงามเป็นอย่างยิ่งและอุดมไปด้วยภูเขาและทะเลสาบที่ทอดตัวขนานตามแนวเทือกเขา เป็นเมืองที่มีความสะดวกสบายมาก และยังสามารถใช้ชีวิตแบบผ่อนคลายจากความสงบจากธรรมชาติได้ เพราะเป็นที่ตั้งของทะเลสาบสำคัญเช่น Lakelouise, Moraine Lake, Peyto Lake, Emerald Lake และเมืองท่องเที่ยวอย่าง Banff ซึ่งถือเป็นเมืองท่องเที่ยวที่หลักที่สำคัญของประเทศ
ในตัวเมืองคาลการี่ นักเรียนสามารถขึ้นไปชมวิวได้ที่อาคาร Calgary Tower ไปดูกีฬาฮ๊อคกี้ Calgary Flames ที่สนาม Saddledome หรือไปช้อปปิ้งที่ขึ้นชื่อได้ที่ย่าน 17 Avenue มีกิจกรรมหลากหลายเช่น งานเทศกาล Calgary Stampede ในทุกๆเดือนกรกฎาคม ธีมงานจะเป็น Old West แสดงออกถึงความภาคภูมิใจของคนในยุคก่อน มีการจัดแสดงขี่ม้าพยศ ขบวนพาเหรด การแข่งขันขี่ม้าเทียมเกวียน Chuckwagon races และการแสดงอื่นๆ มากมาย
คาลการี่ถูกขนานนามว่า Stampede Town เพราะได้มาจากจัดกิจกรรมการแข่งขันที่น่าตื่นเต้น โดยงานจะจัดนาน 10 วันในทุกๆ ปีคาลการี่เป็นเมืองที่เติบโตเร็วที่สุดในแคนาดา ผู้คนที่นี่เป็นมิตรและมีค่าครองชีพต่ำ จึงทำให้ที่นี่เหมาะกับการมาเรียนภาษาและอยู่อาศัย
ประชากรประมาณ 1.3 ล้านคน
เมืองวินด์เซอร์ Windsor เป็นเมืองที่ตั้งอยู่ในจังหวัดแอนตาริโอ แคนาดา ซึ่งตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกของประเทศแคนาดา ติดกับชายแดนกับสหรัฐอเมริกา เพียงแค่ 6 นาทีเท่านั้น เป็นเมืองชายแคนที่มีอัตราเจริญเติบโตของเศรษฐกิจเป็นอันดับต้นๆ ของเมืองรองอีกด้วย โดยมีแม่น้ำดิตรอยต์ผ่านเมือง Windsor เป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของเมือง โดยมีสิ่งที่น่าสนใจหลายอย่างในพื้นที่ใกล้เคียง เช่นห่างจาก Toronto เพียง 4 ชั่วโมง หรือ Niagara Fall เพียง 3 ชั่วโมงเท่านั้น
Windsor เป็นเมืองท่องเที่ยวที่มีสถานที่น่าสนใจหลายแห่งที่นี่เราจะแนะนำบางสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจใน Windsor:
ประชากรประมาณ 2.8 แสนคน
เรียนภาษาอังกฤษที่แคนาดาเป็นทางเลือกที่ดี เพราะเป็นประเทศที่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาแรก และมีสำเนียงใกล้เคียงกับอเมริกามาก ซึ่งเป็นสำเนียงที่คนไทยค่อนข้างจะคุ้นเคย
More infoการเรียนมัธยมแคนาดาเป็นตัวเลือกอันดับต้นๆ อีกประเทศหนึ่งที่ผู้ปกครองนิยมส่งบุตรหลานไปเรียนต่อทั้งมัธยมต้น และมัธยมปลาย เพราะคุณภาพการศึกษา เพราะความปลอดภัย
More infoประเทศแคนาดามีจำนวนมหาวิทยาลัยของรัฐมากกว่า 100 แห่ง ที่เปิดสอนหลักสูตรปริญญาตรี ปริญญาโท และปริญญาเอกทั่วแคนาดา ซึ่งมีมาตรฐานระดับโลก
More infoสำหรับน้องๆ คนไหนที่ต้องการสมัครเรียนต่อแคนาดาในทุกระดับชั้น สามารถ กรอกแบบฟอร์ม เพื่อขอรับข้อมูลเพิ่มเติมจากพี่ๆ แนะแนวของ Im Education ได้เลยนะคะ
ภาคแรก เดือนกันยายน ถึง ธันวาคม
ภาคสอง เดือนมกราคม ถึง มิถุนายน
ช่วงปิดเทอมภาคฤดูร้อน คือเดือนกรกฏาคม ถึง สิงหาคม
มีภาษาราชการ 2 ภาษา คือ ภาษาอังกฤษและภาษาฝรั่งเศส ในการเรียนจะใช้ภาษาอังกฤษเป็นหลัก
เรียนปริญญาตรีที่แคนาดา มีหลักสูตร 4 ปี หรือ 5 ปีในบางสาขา สามารถเลือกเรียนได้ 2 แบบคือ Bachelor degree ตลอดหลักสูตร หรือ Diploma 2 ปี/3ปี และโอนหน่วยกิตเข้าไปเรียนชั้นปีที่ 3 / ปีที่ 4 ในมหาวิทยาลัย
ค่าเล่าเรียน และ ค่าอาหารพร้อมที่พัก (โดยประมาณ) สำหรับโรงเรียนรัฐบาล 700,000 บาท ต่อปี และ สำหรับโรงเรียนเอกชน 1,100,000 บาท ต่อปีขึ้นอยู่กับแต่ละมณฑล
เวลาประเทศแคนาดาแบ่งออกเป็น 6 โซน ดังนี้
เป็นศูนย์แนะแนวการเรียนต่อต่างประเทศระดับมาตรฐานสากลได้รับการรับรองหน่วยงานทั้งในประเทศไทย และต่างประเทศมากมาย อีกทั้งยังเป็นสมาชิก Tieca รวมถึงผ่านการอบรมโดยสถานทูตต่างๆ มากมาย