study-oversea-7-country

เรียนต่อต่างประเทศกับ 7 ประเทศยอดนิยม

Im Education ขอแนะนำ 7 ประเทศที่คนทั่วโลกนิยมไปเรียนต่อในระดับอุดมศึกษา อย่างปริญญาตรี ปริญญาโท หรือสายวิชาชีพต่างๆ เฉพาะด้าน เนื่องจากแต่ละประเทศมีจุดแข็งมีข้อดีต่างกัน Im Education จึงได้รวบรวมข้อมูลของแต่ละประเทศเอาไว้ เพื่อช่วยในการช่วยในการประกอบการตัดสินใจ

การเรียนต่อต่างประเทศ

ประสบการณ์ที่น่าตื่นเต้นของการเรียนต่อต่างประเทศนั้น มีประโยชน์มากโดยเฉพาะในยุคที่โลกไร้พรมแดน ทั้งทางธุรกิจ และทางวัฒนธรรม องค์ความรู้ในต่างประเทศในระดับปริญญาตรี หรือโท เป็นการต่อยอดความเข้าใจทางวิชาการ ควบคู่ไปกับเรียนรู้มิติของการความคิดในมุมที่แตกต่าง ซึ่งจะเพิ่มโอกาสประสบความสำเร็จทางการงานในอนาคต

  1. การเรียนรู้ภาษาใหม่ในเชิงลึก เพื่อการทำงานในอนาคต 
  2. การเรียนรู้วัฒนธรรมวัฒนธรรมของประเทศอื่น จะช่วยให้นักเรียนเข้าใจความแตกต่าง ทั้งความคิด ทั้งการดำรงชีวิต ทำให้เข้าใจโลกกว้างมากขึ้น และนำมาปรับใช้ในโลกการทำงานได้
  3. การเรียนต่างประเทศจะช่วยเพิ่มทักษะการเรียนรู้แบบเป็นขั้นตอน เพราะวิถีตะวันตก จะเรียนเน้นทางด้านวิเคราะห์ควบคู่กับการปฏิบัติ อีกทั้งจะเน้นการทำงานร่วมกับผู้อื่นอีกด้วย
  4. มีโอกาสใช้ศักยภาพตัวเองในหลายๆ มิติ เช่นเรียนพร้อมกับการทำงาน รับผิดชอบตัวเองแบบเต็มที่ ฝึกแก้ปัญหาด้วยตัวเอง 100%
  5. สร้างความมั่นใจในตัวเอง จากการเดินทางท่องโลก ซึ่งนับว่าเป็น Skill สำคัญในยุคสมัยปัจจุบัน
  6. การเรียนต่อต่างประเทศเป็นโอกาสที่จะการสร้างเครือข่าย หรือ Global Connection ของน้องๆ นักเรียนไปในตัว โดยเฉพาะในสายอาชีพเฉพาะทาง Business Marketing, Hosplitality หรือ Information Technology และสาขาอื่นๆ อีกมากมาย
1. เรียนต่ออังกฤษ

England

การเรียนต่อประเทศอังกฤษ ประเทศที่นับว่า Top Hit มาอย่างช้านาน เพราะมีมหาวิทยาลัยมากกว่า 100 แห่ง และมหาวิทยาลัยแรกของโลกก็คือ Oxford University ก็ตั้งอยู่ที่อังกฤษอีกด้วย ที่อังกฤษมีหลักสูตรปริญญาที่ตอบโจทย์ความต้องการของโลกปัจจุบันมากมาย เรามาดูเหตุผลกันว่าประเทศอังกฤษนั้นดีอย่างไร ทำไมถึงเป็นตัวเลือกแรกของนักเรียนทั่วโลกกัน

ค้นหามหาวิทยาลัยที่อังกฤษ

ข้อดีของการเรียนต่อที่อังกฤษ

มหาวิทยาลัยของประเทศอังกฤษมีชื่อเสียงทางด้านศึกษา การวิจัย นวัตกรรม ความสร้างสรรค์ ศิลปะ โดยนักศึกษาที่จบจากอังกฤษจะที่รับการยอมรับในระดับสากล โดยมีมหาวิทยาลัยของอังกฤษหลายแห่งถูกจัดอันดับให้เป็น Top 100 ของโลก โดย QS World University Rankings และ Time Higher Education World University Rankings โดยมี University of Oxford และ University of Cambridge ที่จะถูกจัดอันดับให้เป็น Top 5 ของโลกเสมอมา

ความหลากหลายของหลักสูตรในประเทศอังกฤษ จะตอบโจทย์ทุกความต้องการ และความสนใจของผู้เรียน ไม่ว่าจะเป็นบริหารธุรกิจ วิทยาศาสตร์ กฎหมาย การแพทย์ คอมพิวเตอร์และไอที จิตวิทยา ศิลปะและการออกแบบแฟชั่น ซึ่งจะมี Major ต่างๆ ให้เลือกเรียนอยากมากมายอีกด้วย

การศึกษาระดับปริญญาที่ประเทศอังกฤษจะมีระยะเวลาที่สั้นกว่าเมื่อเทียบกับประเทศอเมริกาและแคนาดา โดยระดับปริญญาตรีจะใช้เวลาเรียน 3 ปี และระดับปริญญาโทจะใช้เวลาเพียง 1 ปีเท่านั้น ทำให้นักเรียนจบปริญญาได้เร็วกว่า ประหยัดเวลา ค่าเทอมและค่าใช้จ่ายอื่นๆ

ต้นตำหรับของภาษาอังกฤษคือที่นี่ การได้ฝึกภาษาอังกฤษในประเทศเจ้าของภาษาจะทำให้นักเรียนได้เรียนรู้ภาษาอังกฤษแบบแท้ๆ ในทุกที่ทุกเวลา ซึ่งจะทำให้เราได้ความมั่นใจในการใช้ภาษาอังกฤษมากขึ้น

อังกฤษเป็นประเทศที่มีนักศึกษาต่างชาติมากที่สุดเป็นอันดับต้นๆ ของโลก นั่นทำให้มหาวิทยาลัยในอังกฤษมีความหลากหลายทางสังคม และวัฒนธรรม เราจะได้เรียนรู้ความแตกต่างทางความคิด มุมมอง ของนักศึกษาจากหลากหลายประเทศ เพราะที่อังกฤษนี้ถือว่าเป็น multicultural country อย่างแท้จริง

ประเทศอังกฤษมีระบบคมนาคมที่ดีมากทั้งในประเทศ และระหว่างประเทศ การเดินทางถูกเชิมโยงไปหากันอย่างง่ายดาย ทำให้น้กเรียนสามารถเดินทางไปท่องเที่ยวยุโรป อย่าง ฝรั่งเศส เนเธอร์แลนด์ และเบลเยี่ยม ในช่วงปิดเทอมหรือวันหยุดได้สะดวกสบาย ในราคาสบายกระเป๋า

ประเทศอังกฤษอนุญาตให้นักศึกษาต่างชาติทำงานระหว่างเรียนปริญญาตรี และปริญญาโทได้สูงสุด 20 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ และทำงานสูงสุด 40 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ในช่วงปิดเทอม ทำให้น้องๆ ได้มีประสบการณ์การทำงาน Part-time และหลังจากเรียนจบปริญญาแล้ว น้องนักศึกษายังสามารถของ Graduate Visa เพื่ออยู่ทำงานในอังกฤษได้อย่างน้อยอีก 2 ปี อีกด้วย

2. เรียนต่อนิวซีแลนด์

New Zealand

นิวซีแลนด์มีระบบการศึกษาที่มีคุณภาพดีตั้งแต่ระดับมัธยมศึกษา มีมหาวิทยาลัยที่ได้รับการยอมรับ และถูกจัดอันดับให้เป็น Top 100 ของโลกอยู่ด้วย การศึกษาปริญญาตรีในนิวซีแลนด์ใช้ระยะเวลาประมาณ 3 ปี นอกจากนี้นักศึกษาที่เรียนจบมหาวิทยาลียในนิวซีแลนด์ยังมีโอกาสได้รับ Post Study Work Visa ซึ่งอนุญาตให้อยู่ทำงานในนิวซีแลนด์อย่างถูกกฎหมายนานสูงสุด 2 ปี อีกด้วย

ค้นหามหาวิทยาลัยที่นิวซีแลนด์

ข้อดีของการเรียนต่อที่นิวซีแลนด์

ประเทศนิวซีแลนด์มีระบบการเรียนการสอนที่ได้มาตรฐานระดับโลก ทั้งในระดับมัธยมศึกษา ระดับปริญญา รวมทั้งหลักสูตรสอนภาษา รูปแบบการเรียนเน้นให้นักเรียนเรียนรู้แบบผสมผสาน ฝึกทักษะสำคัญด้วยการทำกิจกรรมนอกห้องเรียน คุณภาพนักเรียนที่จบมาจึงมีทั้งสกิลด้านทฤษฎีและปฏิบัติครบถ้วน

ประเทศนิวซีแลนด์ มีมหาวิทยาลัยเพียง 8 แห่งที่คุณภาพการเรียนการสอนดีติดอันดับโลก  หลักสูตรตอบโจทย์ความต้องการในหลายสายงานไม่ว่าจะเป็นด้านการบัญชี การบริการ การออกแบบ และอีกมากมาย

สำหรับนักเรียนที่เรียนจบมหาวิทยาลัยในนิวซีแลนด์ มีโอกาสได้รับ Post Study Work Visa อนุญาตให้นักเรียนสามารถทำงานต่อในประเทศนิวซีแลนด์ได้อย่างถูกกฎหมายสูงสุด 2 ปี ซึ่งจะได้รับความคุ้มครองจากนายจ้างและหน่วยงานรัฐบาล

ประเทศนิวซีแลนด์ ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาหลัก ด้วยสำเนียงภาษาที่มีความคล้ายคลึงกับทางประเทศอังกฤษ นักเรียนสามารถสื่อสารและเข้าใจได้ง่าย เป็นโอกาสที่ดีมากๆในการพัฒนาทักษะภาษาและเพิ่มความมั่นใจในการใช้ภาษาระหว่างเรียนต่อที่นิวซีแลนด์

นิวซีแลนด์เป็นประเทศที่มีความปลอดภัย คุณภาพชีวิตดี ผู้คนเป็นมิตร พร้อมต้อนรับผู้คนต่างเชื้อชาติ โดย Auckland ติดอันดับเมืองที่ผู้คนเป็นมิตรมากที่สุดในโลก ทั้งยังเป็นประเทศที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยธรรมชาติ มีสถานที่ท่องเที่ยวมากมาย สภาพแวดล้อมเป็นใจการเรียนรู้ นอกจากอิสระเรื่องการเรียนแล้ว ยังรู้สึกผ่อนคลายตลอดการเรียนที่นิวซีแลนด์อีกด้วย

ปัจจุบันประเทศนิวซีแลนด์เปิดรับนักเรียนเข้ามาศึกษาต่อจากหลายประเทศทั่วโลก ทำให้เกิดความหลากหลายทางวัฒนธรรมในสังคมแดนกีวี นักเรียนนานาชาติได้เรียนรู้ความหลากหลาย ทั้งความคิด วัฒนธรรมของกลุ่มนักเรียนด้วยกัน0 และการมาเรียนต่อที่นิวซีแลนด์ ยังเป็นช่องทางในการสร้าง Connection กับเพื่อนนานาชาติที่ดีมากๆอีกด้วย

3. เรียนต่อออสเตรเลีย

Australia

ออสเตรเลียเป็นประเทศที่มีความหลากหลายทางวัฒนธรรม เดินทางง่ายไม่ไกลจากไทย หนึ่งใน popular choice ของนักเรียนนานาชาติในการมาเรียนต่อ คุณภาพดี ค่าครองชีพปานกลาง และมีมาตรฐานด้านการศึกษาสูง ที่นี่รวมมหาวิทยาลัยชั้นนำระดับโลกไว้มากมาย นอกจากนี้ นักเรียนสามารถทำงานระหว่างเรียนภาษาหรือเรียนปริญญาที่ออสเตรเลียได้อย่างถูกกฎหมายอีกด้วย

ค้นหามหาวิทยาลัยที่ออสเตรเลีย

ข้อดีของการเรียนต่อที่ออสเตรเลีย

มาตรฐานการศึกษาในประเทศออสเตรเลียติดอันดับโลก ด้วยหลักสูตรการเรียนการสอนที่ครอบคลุมและหลากหลาย ทั้งยังมี Group of Eight มหาวิทยาลัยแนวหน้าจองประเทศ ที่ขึ้นชื่อเรื่องการสอนและการวิจัย อย่าง Australia National University, Monash University, University of Melbourne, University of Adelaide, University of Queensland, University of Sydney, University of Western Australia และ UNSW Sydney

สถาบันในประเทศออสเตรเลีย เปิดสอนหลักสูตรที่มีความครอบคลุมและหลากหลาย ทั้งหลักสูตรระยะสั้น ปริญญา และการเรียนภาษา ตอบโจทย์ความชอบของนักเรียนที่เข้ามาเรียนต่อไม่ว่าจะ ด้านบริหาร การบัญชี การท่องเที่ยว การออกแบบ และอีกมากมาย

เรียนต่อออสเตรเลีย น้องๆจะได้พัฒนาทักษะภาษาอังกฤษ ทั้งในและนอกชั้นเรียน เพราะออสเตรเลียเป็นประเทศที่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาหลัก เอกลักษณ์ที่นักเรียนนิยมมาเรียนภาษาที่ออสเตรเลียคือสำเนียงออสซี่ที่มีส่วนช่วยในการพัฒนาทักษะการฟังของเราไปอีกขั้น 

ออสเตรเลียเป็นประเทศที่ให้อิสระและเสรีภาพในการแสดงออกทางความคิดเห็น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความเชื่อหรือแนวคิดทางศาสนา ทำให้เป็นประเทศที่มีผู้คนหลากหลายเชื้อชาติคอยเติมความเป็นพหุวัฒนธรรมให้กับออสเตรเลียอยู่เสมอ และเป็นอีกเหตุผลที่ทำให้นักเรียนนานาชาติต้องการเรียนต่อที่ออสเตรเลียมากขึ้น

นักเรียนหลายคนกังวลเรื่องค่าครองชีพในออสเตรเลีย แต่สบายใจได้เมื่อเทียบกับประเทศใกล้เคียง ออสเตรเลียเป็นประเทศที่มีค่าครองชีพต่ำ ค่าใช้จ่ายโดยรวมไม่นับค่าเล่าเรียนถือว่ากำลังพอดีสำหรับนักเรียนต่างชาติ ซึ่งคุณภาพชีวิตในสังคมที่ได้กลับเรียกว่าคุ้มค่ามากทีเดียว

สำหรับนักเรียนที่เดินทางไปเรียนต่อออสเตรเลีย ไม่ว่าจะหลักสูตรปริญญาหรือลงคอร์สเรียนภาษาอังกฤษ สามารถทำงานพาร์ทไทม์ระหว่างเรียนได้ (ประมาณ 20 ชั่วโมง/สัปดาห์) นับเป็นประเทศที่เปิดกว้างมากๆในการมอบประสบการณ์การทำงานระหว่างเรียนกับนักเรียนนานาชาติ

4. เรียนต่อแคนาดา

Canada

เรียนต่อแคนาดา ประเทศที่รัฐบาลให้ความสำคัญกับการศึกษาเป็นอย่างมาก ติดอันดับเมืองน่าอยู่และปลอดภัยที่สุดในโลก มีชื่อเสียงด้านธรรมชาติและพหุวัมนธรรม อีกหนึ่งประเทศฮิตที่นักเรียนนิยมมาเรียนต่อ สำหรับนักเรียนหลักสูตร Diploma และปริญญา สามารถทำงานพาร์ทไทม์ระหว่างเรียนได้ และมีโอกาสในการขอ PGWP ในการทำงานต่อหลังจากเรียนจบได้อีก 3 ปี ทั้งยังเป็นการเพิ่มโอกาสในการขอ PR เป็นพลเมืองแคนาดามากขึ้นด้วย

ค้นหามหาวิทยาลัยที่แคนาดา

ข้อดีของการเรียนต่อที่แคนาดา

ประเทศแคนาดาขึ้นชื่อประเทศที่มีระบการศึกษาดีระดับโลก อีกทั้งรัฐบาลแคนาดาเห็นความสำคัญของการศึกษาและพร้อมสนับสนุนอย่างเต็มที่ นักเรียนนานาชาติที่เข้ามาเรียนต่อแคนาดาจึงได้สัมผัสระบบการศึกษาที่เข้มข้น เน้นใช้งานจริง ให้อิสระในการเลือกและค้นหาสิ่งที่ชอบในแต่ละวิชาเรียน 

ภาษาราชการในประเทศแคนาดาคือภาษาอังกฤษและภาษาฝรั่งเศส โดย Quebec เป็นเมืองเดียวในแคนาดาที่ใช้ภาษาฝรั่งเศสเป็นภาษาหลัก นักเรียนนานาชาติที่เข้ามาเรียนต่อแคนาดาจะได้ฝึกสกิลภาษาอังกฤษอย่างเต็มที่ ทั้งในชั้นเรียนและชีวิตประจำวัน อีกทั้งยังมีโอกาสที่จะได้เรียนรู้ภาษาฝรั่งเศสไปพร้อมกันด้วย

เนื่องจากสภาพแวดล้อมของประเทศเป็นสิ่งสำคัญสำหรับนักเรียนที่ไปเรียนต่อ สำหรับแคนาดา เรื่องความปลอดภัยสบายใจหายห่วง เพราะบรรยากาศบ้านเมืองและชาวแคนาดาต่างเป็นมิตรกับนักเรียนนานาชาติมาก ความปลอดภัยในประเทศแคนาดายืนหนึ่งเป็นอันดับต้นๆของโลกมาโดยตลอด สามารถเรียนและใช้ชีวิตในแคนาดาแบบสบายใจหายห่วงได้เลย

ประเทศแคนาดาได้รับความนิยมจากนักเรียนนานาชาติมากขึ้น นอกเหนือจากเรื่องคุณภาพการเรียนการสอนแล้ว ค่าเล่าเรียนก็เป็นส่วนสำคัญเช่นกันเพราะค่าเรียนในแคนาดาไม่สูง เป็นราคาที่จับต้องได้ เมื่อเทียบกับการได้เรียนกับมาตรฐานการศึกษาระดับสูงถือว่าเป็นตัวเลือกที่คุ้มค่ามากๆ

อังกฤษเป็นประเทศที่มีนักศึกษาต่างชาติมากที่สุดเป็นอันดับต้นๆ ของโลก นั่นทำให้มหาวิทยาลัยในอังกฤษมีความหลากหลายทางสังคม และวัฒนธรรม เราจะได้เรียนรู้ความแตกต่างทางความคิด มุมมอง ของนักศึกษาจากหลากหลายประเทศ เพราะที่อังกฤษนี้ถือว่าเป็น multicultural country อย่างแท้จริง

เรียนต่อแคนาดาสามารถเพิ่มโอกาสในการยื่นขอ PR (Permanent Residence) เป็นพลเมืองถาวรของประเทศแคนาดาได้ เหมาะสำหรับนักเรียนที่ต้องการเรียนและทำงานต่อในประเทศแคนาดา

แคนาดาอนุญาตให้นักเรียนหลักสูตร Diploma หลักสูตรปริญญาตรีขึ้นไป ทำงาน Part-time ระหว่างเรียนได้ (20 ชั่วโมง/สัปดาห์) และไม่จำกัดเวลาทำงานในช่วงปิดเทอม เปิดโอกาสให้นักเรียนได้บริหารเวลาและเก็บประสบการณ์การทำงาน นอกจากนั้นยังมีสถาบันที่เปิดโปรแกรม Co-op ที่ให้นักเรียนลงสนามทำงานจริงกับองค์กรต่างๆ หลังจากเรียนจบสามารถยื่นขอ PGWP (Post-Graduation Work Permit) เพื่อทำงานต่อได้อีกด้วย

5. เรียนต่ออเมริกา

USA

สหรัฐอเมริกา ประเทศแนวหน้าของโลก ขึ้นชื่อเรื่องเสรีภาพและความหลากหลายทางเชื้อชาติ เป็นประเทศ Top list ที่นักเรียนนานาชาติให้ความสนใจไปเรียนต่อ อเมริกามีสถาบันการศึกษามากคุณภาพมากมาย เป็นศูนย์วิจัยระดับโลกและผู้นำด้านเทคโนโลยีมาอย่างยาวนาน หลักสูตรการเรียนการสอนจึงครอบคลุมในหลายสาขา นอกจากนี้ เรียนต่ออเมริกา สามารถต่อยอดโอกาสในการเข้าถึงอุตสาหกรรมการทำงานแบบตรงสายได้มากขึ้นด้วย

ค้นหามหาวิทยาลัยอเมริกา

ข้อดีของการเรียนต่อที่อเมริกา

สหรัฐอเมริกาได้รับความนิยมจากนักเรียนนานาชาติในการเข้ามาเรียนต่อ เนื่องจากเป็นประเทศที่มีคุณภาพการศึกษาดีเยี่ยม หลักสูตรทันสมัย ตอบโจทย์ยุคเทคโนโลยี ทำให้อเมริกาเป็นหนึ่งในประเทศแนวหน้าด้านการศึกษามาจนถึงปัจจุบัน

เห็นได้ชัดในเรื่องความหลากหลายทางเชื้อชาติและวัฒนธรรม สหรัฐอเมริกาเป็นประเทศที่เปิดกว้าง ขึ้นชื่อเรื่องอิสระและเสรีภาพ นักเรียนจากทั่วโลกจึงนิยมเดินทางมาเรียนต่อที่นี่ นอกจากจะได้เรียนรู้จากชาวอเมริกันเองแล้ว เราจะได้เรียนรู้และแลกเปลี่ยนความหลากหลายทางวัฒนธรรมร่วมกับเพื่อนๆนานาชาติด้วย

เสน่ห์ของอเมริกาคือการได้มาฝึกทักษะภาษาอังกฤษแบบอเมริกัน ฝึกและพัฒนาร่วมกับเพื่อนๆนานาชาติและชาวอเมริกัน เพิ่มความมั่นใจในการใช้ภาษาอังกฤษทั้งในชั้นเรียน สัมผัสอิสระในการแชร์ความเห็นร่วมกัน ได้ใช้ภาษาจริงๆทั้งในชั้นเรียนและชีวิตประจำวัน

ต้นตำหรับของภาษาอังกฤษคือที่นี่ การได้ฝึกภาษาอังกฤษในประเทศเจ้าของภาษาจะทำให้นักเรียนได้เรียนรู้ภาษาอังกฤาแบบแท้ๆ ในทุกที่ทุกเวลา ซึ่งจะทำให้เราได้ความมั่นใจในการใช้ภาษาอังกฤษมากขึ้น

ด้วยความที่อเมริกาเป็นประเทศแนวหน้าด้านอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีที่ทันสมัย ด้วยระบบการสอนและหลักสูตรที่ตรงกับ Demand โอกาสที่นักเรียนนานาชาติเรียนจบและได้ทำงานร่วมกับองค์กรชั้นนำในอเมริกาจึงสูงมาก 

ค่าครองชีพในอเมริกาไม่ได้สูงอย่างที่คิด เพราะในหลายรัฐค่าครองชีพอยู่ในระดับที่จับต้องได้ เช่น Mississipi เป็นรัฐในอเมริกาที่ค่าครอบชีพต่ำที่สุด ค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันไม่ได้สูงอย่างท่ีคิดถึงแม้จะเป็นประเทศแหล่งช้อปปิ้งก็ตาม อย่างไรก็ตามค่าครองชีพจะขึ้นอยู่กับที่นักเรียนไปเรียนต่อ

นักเรียนที่สามารถทำงานระหว่างเรียนในอเมริกาได้จะต้องเป็นนักเรียนที่ถือวีซ่า F1 (ป.ตรี/โท) เท่านั้น ไม่เกิน 20 ชั่วโมง/สัปดาห์ แต่จะต้องเป็นงานในมหาวิทยาลัยเท่านั้น โดยทางมหาวิทยาลัยจะดำเนินการออก Work Permit ให้ ซึ่งงานในมหาวิทยาลัยมีให้เลือกหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น งานห้องสมุด หรือหอพัก และอีกมากมาย สามารถทำงานตั้งแต่เทอมแรกที่เข้าเรียนได้

6. เรียนต่อสิงคโปร์

Singapore

เรียนต่อสิงคโปร์ ประเทศผู้นำด้านการศึกษาในเอเชีย และศูนย์กลางทางเศรษฐกิจเอเชีย คุณภาพชีวิตดี เดินทางสะดวก ค่าเรียนไม่สูงมาก สามารถเรียนต่อปริญญาตรีเพียงแค่ 2 ปีเท่านั้น ด้วยการเรียนการสอนเข้มข้น หลักสูตรตอบโจทย์ด้านเทคโนโลยี และการจัดการ พร้อมพัฒนานักเรียนสู่การทำงานในอนาคต ทำให้ประเทศสิงคโปร์กลายเป็นเป้าหมายยอดนิยมของนักเรียนนานาชาติมากขึ้น

ค้นหามหาวิทยาลัยที่สิงคโปร์

ข้อดีของการเรียนต่อที่สิงคโปร์

การเรียนการสอนในประเทศสิงคโปร์ได้รับการยอมรับระดับโลก หลักสูตรมีความเข้มข้น โฟกัสการเรียนแบบ Practical นักเรียนที่เรียนจบจากสิงคโปร์จึงมีความพร้อมในการทำงานเนื่องจากหลักสูตรการสอนในแต่ละสถาบันตอบโจทย์กับ Demand อาชีพที่เป็นที่ต้องการ อย่างสายงานด้าน IT และ Business

หลักสูตรปริญญาตรีของหลายสถาบันในสิงคโปร์ เช่น James Cook University, SIM นักเรียนนานาชาติสามารถเรียนจบปริญญาตรีได้ภายในเวลา 2 ปี พร้อมนำทักษะและองค์ความรู้ที่ได้จากการเรียนไปทำงานแบบตรงสาย

แม้สิงคโปร์จะมี 4 ภาษาราชการ แต่คนส่วนใหญ่ในประเทศใช้ภาษาอังกฤษในการสื่อสารเป็นหลัก ดังนั้นนักเรียนนานาชาติที่เข้ามาเรียนต่อสิงคโปร์จะได้ฝึกภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวันจริงๆ อีกทั้งยังมีโอกาสในการเรียนภาษาอื่นๆตามมาอีกด้วย อย่างภาษาจีนและภาษามาเลย์

การเดินทางไปเรียนต่อประเทศสิงคโปร์ไม่ใช่เรื่องยาก สะดวกในเรื่องของเวลาและค่าใช้จ่าย เพราะเป็นประเทศเพื่อนบ้าน ไม่ได้ไกลจากไทย เหมาะสำหรับนักเรียนที่อยากสัมผัสการเรียนระดับ World-class แต่ไม่อยากบินข้ามทวีปให้ไกลบ้าน

ปัจจุบัน สิงคโปร์เป็นประเทศที่ได้รับความนิยมจากนักเรียนนานาชาติในการเรียนต่อ ไม่ว่าจะระดับปริญญาตรีหรือคอร์สเรียนภาษา จึงทำให้สิงคโปร์เป็นประเทศที่มีความหลากหลายทางเชื้อชาติและวัฒนธรรม นักเรียนทั่วโลกสามารถเรียนรู้และแชร์วัฒนธรรมร่วมกันได้อย่างง่ายดาย และเป็นแหล่ง connection ที่ดีมากๆอีกด้วย

ด้วยสิงคโปร์เป็นประเทศที่พัฒนาหลักสูตรใหม่ๆให้มีความสอดคล้องกับสายอาชีพที่กำลังเป็นที่ต้องการ นักเรียนเข้าใจทั้งภาคทฤษฎีและปฏิบัติ พร้อมเก็บทักษะสำคัญนำไปต่อยอดการทำงานได้อย่างเต็มที่และมีประสิทธิภาพ เพิ่มโอกาสในการทำงานร่วมกับองค์กรชั้นนำทั้งในและต่างประเทศมากขึ้น

7. เรียนต่อสวิตเซอร์แลนด์

Switzerland

สวิตเซอร์แลนด์ ประเทศที่ยื่นหนึ่งเรื่องการท่องเที่ยว และการบริการ สำหรับการเรียนต่อสวิตเซอร์แลนด์จึงเป็นลู่ทางสำคัญในการเรียนรู้ทักษะการบริการ และการโรงแรม จะนับว่าเป็นที่หนึ่งของโลกก็คงไม่เกินจริง เพราะที่นี่เองก็มีสถาบันการโรงแรมเปิดสอนศาสตร์งานบริการ เน้นให้นักเรียนได้ฝึกฝนผ่านการฝึกงานจริงกับสถานประกอบการ ทั้งยังสามารถมีรายได้ระหว่างฝึกงานสูงถึง 85,000 บาท ต่อเดือนเลยทีเดียว

ค้นหามหาวิทยาลัยที่สวิตเซอร์แลนด์

ข้อดีของการเรียนต่อที่สวิตเซอร์แลนด์

ประเทศสวิตเซอร์แลนด์เป็นจุดกำเนิดของศาสตร์การโรงแรม ที่นี่มีสถาบันสอนการโรงแรมที่มีคุณภาพอย่าง B.H.M.S. และอีกมากมายที่พร้อมเปิดรับนักเรียนนานาชาติที่มีความสนใจในด้านบริการ การท่องเที่ยว และการจัดการ ด้วยหลักสูตรที่สอนครอบคลุม เข้มข้น และนำไปต่อยอดอาชีพในอนาคตได้จริง

เรียนต่อการโรงแรมที่สวิตเซอร์แลนด์ นอกจากจะได้เรียนกับอาจารย์ที่มีความรู้และหลักสูตรที่มเข้มข้นแล้ว นักเรียนจะได้เรียน 6 เดือนและได้ออกฝึกงานกับโรงแรมชั้นนำในสวิตเซอร์แลนด์ 6 เดือน ซึ่งรายได้ระหว่างฝึกงานสูงถึง 85,000 บาทเลยทีเดียว

สวิตเซอร์แลนด์เป็นประเทศที่ความปลอดภัยสูง อัตราการเกิดอาชญากรรมรุนแรงแทบเป็นศูนย์ การเรียนต่อในประเทศที่ปลอดภัยทำให้นักเรียนสามารถโฟกัสกับการเรียนได้อย่างเต็มที่และผ่อนคลายไปกับสภาพแวดล้อมที่มีความปลอดภัย 

ประเทศสวิตเซอร์แลนด์มีระบบการเรียนการสอนแบบภาษาอังกฤษ มั่นใจได้เลยว่านักเรียนจะได้พัฒนาภาษาอังกฤษอย่างแน่นอน นอกจากนี้ สวิตเซอร์แลนด์ยังมีการใช้ภาษาเยอรมัน ภาษาฝรั่งเศส และภาษาอิตาเลียน มาเรียนที่สวิตเซอร์แลนด์จะช่วยเพิ่มโอกาสในการเรียนรู้ภาษาอื่นๆด้วย

สวิตเซอร์แลนด์เป็นประเทศในฝันของใครหลายคน ด้วยความสวยงามของภูมิประเทศ อุดมสมบูรณ์ไปด้วยธรรมชาติ ไม่ว่าจะมองไปทางไหนก็สบายตา นักเรียนจากนานาชาติจึงยกให้เรื่องความสวยงามทางธรรมชาติเป็นหนึ่งเหตุผลในการมาเรียนต่อ เพราะสภาพแวดล้อมที่เป็นใจจะช่วยให้การเรียนรู้ของนักเรียนมีประสิทธิภาพมากขึ้น

ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ประกอบไปด้วยสหพันธรัฐ 26 ความหลากหลายทางวัฒนธรรมและผู้คนสามารถเห็นได้ชัด นักเรียนจะได้เรียนรู้วัฒนธรรมแบบสวิตเซอร์แลนด์มากขึ้นหากได้ลองมาเรียนรู้ไปพร้อมกับใช้ชีวิตร่วมกับชาวสวิส

เรียนต่อต่างประเทศระดับปริญญาที่ไหนดี

ให้ Im Education แนะนำง่ายกว่า เพราะแต่ละประเทศมีความโดดเด่นแตกต่างกัน

Line ปรึกษาอิม Student Reviews

FAQ

ภาคแรก เดือนกันยายน ถึง ธันวาคม
ภาคสอง เดือนมกราคม ถึง มิถุนายน
ช่วงปิดเทอมภาคฤดูร้อน คือเดือนกรกฏาคม ถึง สิงหาคม

มีภาษาราชการ  2 ภาษา คือ ภาษาอังกฤษและภาษาฝรั่งเศส ในการเรียนจะใช้ภาษาอังกฤษเป็นหลัก

เรียนปริญญาตรีที่แคนาดา มีหลักสูตร 4 ปี หรือ 5 ปีในบางสาขา สามารถเลือกเรียนได้ 2 แบบคือ  Bachelor degree ตลอดหลักสูตร หรือ Diploma 2 ปี/3ปี และโอนหน่วยกิตเข้าไปเรียนชั้นปีที่ 3 / ปีที่ 4 ในมหาวิทยาลัย

ค่าเล่าเรียน และ ค่าอาหารพร้อมที่พัก (โดยประมาณ) สำหรับโรงเรียนรัฐบาล 700,000 บาท ต่อปี และ สำหรับโรงเรียนเอกชน  1,100,000 บาท ต่อปีขึ้นอยู่กับแต่ละมณฑล

  • ฤดูหนาว (Winter) (ธันวาคม-มีนาคม)
  • ฤดูใบไม้ผลิ (Spring) (มีนาคม-มิถุนายน)
  • ฤดูร้อน (Summer) (มิถุนายน-กันยายน)
  • ฤดูใบไม้ร่วง (Autumn) (กันยายน-พฤศจิกายน)

เวลาประเทศแคนาดาแบ่งออกเป็น 6 โซน ดังนี้

  • Newfoundland Standard Time (NST) เวลาจะช้ากว่าประเทศไทย 10 ชั่วโมงครึ่ง
  • Atlantic Standard Time (AST) เวลาจะช้ากว่าประเทศไทย 10 ชั่วโมง
  • Eastern Time Zone (EST) เวลาจะช้ากว่าประเทศไทย 11 ชั่วโมง
  • Central Time Zone (CST) เวลาจะช้ากว่าประเทศไทย 12 ชั่วโมง
  • Mountain Time Zone (MST) เวลาจะช้ากว่าประเทศไทย 13 ชั่วโมง
  • Pacific Time zone (PST) เวลาจะช้ากว่าประเทศไทย 14 ชั่วโมง

อิมเอ็ดดูเคชั่น

เป็นศูนย์แนะแนวการเรียนต่อต่างประเทศระดับมาตรฐานสากลได้รับการรับรองหน่วยงานทั้งในประเทศไทย และต่างประเทศมากมาย อีกทั้งยังเป็นสมาชิก Tieca  รวมถึงผ่านการอบรมโดยสถานทูตต่างๆ มากมาย