เรียนต่อสิงคโปร์…คุณภาพระดับโลก

สิงคโปร์ประเทศที่มีวัฒนธรรมแบบผสมผสานของชนชาติจีน มาเลเซียและอินเดีย ทำให้ประเทศขนาดเล็กๆ นี้เต็มไปด้วยเสน่ห์ที่น่าศึกษาเป็นอย่างมาก เพราะความลงตัวขอการจัดระบบระเบียบ ทำให้เป็นประเทศที่มีคุณภาพชีวิตสูงอันดับต้นๆ ของโลก เนื่องจากรัฐบาลตระหนักถึงความจริงที่ว่า ประชาชน คือทรัพยากรที่ล้ำค่าที่สุดของประเทศ มันสมองของประชาชนนี่เองที่ได้นำพาสิงคโปร์ไปสู่ความเจริญ ดังนั้นจุดเริ่มต้นของการพัฒนาประเทศก็คือการศึกษาที่มีประสิทธิภาพนั่นเอง

สิงคโปร์...มาตรฐานแนวหน้าของโลก

ชาวสิงคโปร์

ประชากรสิงคโปร์ทั้งประเทศ (รวมถึงผู้ที่ไม่ได้อาศัยอยู่ถาวร) มีจำนวนประมาณ 5.6 ล้านคน มีการผสมผสาน ระหว่างเชื้อชาติอย่างหลากหลาย กลุ่มใหญ่ที่สุดคือ จีนซึ่งเป็นชาวจีน 77% ตามมาด้วย มาเลย์ 14% อินเดียน 7.6% และชาติอื่นๆ 1.4% ทำให้ภาษาราชการของสิงคโปร์มีถึง 4 ภาษาด้วยกัน ได้แก่ อังกฤษ จีน มาเลย์ และทมิฬ มีศาสนาประจำชาติคือ พุทธศาสนา มุสลิม ฮินดู คริสต์เตียน เต๋า ซิกซ์ และลัทธิขงจื้อ
ถึงแม้จะมีคนหลายเชื้อชาติ แต่ความปลอดภัยและความมั่นคงส่วนบุคคลเป็นเรื่องสำคัญมาก สิงคโปร์ยังคงเป็นประเทศที่ปลอดภัย และมีเสถียรภาพ อัตราการเกิดอาชญากรรมที่ต่ำมากๆ เกาะแห่งนี้ก็เป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่ปลอดภัยที่สุดในโลก คุณภาพชีวิตที่ดีของสิงคโปร์เป็นที่ยอมรับและรู้จักกันดี ดังนั้นนักศึกษาจึงได้อาศัยอยู่ในสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมต่อการเรียนรู้

ความแข็งแรงทางเศรษฐกิจ

เศรษฐกิจของประเทศสิงคโปร์มีความเป็นมิตรกับภาคธุรกิจต่างๆ และถูกจัดให้เป็นศูนย์กลางทางการเงินที่ดีที่สุด ให้กับบริษัทนานาชาติจากหลายประเทศเข้าไปดำเนินธุรกิจเกาะแห่งนี้ เศรษฐกิจที่ขึ้นอยู่กับระบบตลาดถูกพัฒนาขึ้นมาอย่างดีเยี่ยม และมีการสนับสนุนอย่างดีเยี่ยมจากการนำเข้าและส่งออกสินค้าต่างๆ สิงคโปร์ได้รับเกียรติถูกจัดอยู่ในกลุ่ม สี่เสือแห่งเอเชีย ซึ่งเป็นผู้นำทางด้านการตลาดในเอเชีย ร่วมกับฮ่องกง เกาหลีใต้และไต้หวัน การผลิตสินค้าที่มีคุณภาพสูงเป็นส่วนสำคัญในการรักษาสภาพเศรษฐกิจของสิงคโปร์ อุตสาหกรรมการผลิตครอบคลุมไปถึง เครื่องใช้ไฟฟ้า วิศวกรรมเคมี ปิโตรเลี่ยม เครื่องมือวิศวกรรม และอุปกรณ์วิทยาศาสตร์อื่นๆ อีกด้วย การผลิตเหล่านี้ได้สร้าง จีดีพี ให้กับประเทศสิงคโปร์ได้เกือบ 26% และสร้างแผ่นไมโครชิพถึง 10 % ของโลก รวมทั้งสิงคโปร์เองก็มีท่าเรือที่เป็นหนึ่งในท่าเรือคึกคักที่สุดในโลกอีกเช่นกัน

คมนาคม

การเดินทางในสิงคโปร์สะดวกสบายมาก เพราะมีเครือข่ายขนส่งมวลชนประสิทธิภาพสูง ทั้งแท็กซี่ รถบัส และรถไฟฟ้า MRT การเดินทางจากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่งจะเป็นเรื่องที่สะดวกมาก รถบัสจะมีให้บริการอยู่ 2 บริษัทด้วยกัน คือ SBS Transit และ SMRT Buses ถ้าน้องๆ ต้องเดินทางบ่อยพี่ขอแนะนำให้ซื้อบัตรอีซี่ลิงค์ (Ez-link card) เพราะจะประหยัดค่ารถไปได้ อีกทั้งยังสามารถใช้ร่วมกันระหว่างรถบัสกับรถไฟฟ้า MRT ได้อีกด้วย

การใช้รถบัส โดยมีธรรมเนียมปฎิบัติในการขึ้นรถบัสของสิงคโปร์ คือจะขึ้นประตูหน้า และลงประตูหลังโดยรถธรรมดาจะมีอัตราค่าโดยสารเริ่มต้นที่ $0.80 ถึง $1.50 SGD ส่วนรถปรับอากาศ เริ่มต้นที่ $0.90 ถึง $1.80 SGD ข้อควรระวังการจ่ายค่ารถประจำทางจะไม่มีการทอนเงิน ดังนั้นผู้โดยสารต้องเตรียมให้พอดีกับค่าโดยสารที่ต้องจ่ายด้วย

อาหารการกิน

อาหารของชาวสิงคโปร์ มีหลายชนิดให้เลือก และส่วนใหญ่นั้นจะเป็นการผสมผสานระหว่าง จีน อินโดนีเซียและทางอาหรับเนื่องจาก มีการผสมผสานระหว่างเชื้อชาติ ได้อย่างลงตัว อาหารบางชนิดนั้นก็มีคล้ายๆ กับอาหารไทยบ้านเรา อาจจะเหมือนกันเลยก็มี แต่มีชื่อเรียกที่แตกต่างกันออกไป อาหารจานเด็ด ก็อาทิ เช่น Hainanese Chicken Rice (ข้าวมันไก่), Laksa, Buk Kut Teh, Roti Prata & Teh Tarik และ Nasi Lemak ซึ่งหากินได้ทั่วไป โดยส่วนใหญ่ คนสิงคโปร์ก็นิยมทางอาหารตาม Food Court ซึ่งจะมีอยู่แทบทุกพื้นที่เลยทีเดียว ไปดังนั้นการไปเที่ยวหรือไปเรียนที่สิงคโปร์ อาหารการกินจึงเป็นเรื่องไม่ยากเลยสำหรับคนไทย

ประเทศเกาะที่มีขนาดเล็กที่สุด

ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

นับย้อนหลังกลับไปราว 190 ปีที่แล้ว สิงคโปร์เป็นเพียงหมู่บ้านชาวประมงเล็กๆ ของชนพื้นเมืองมาเลย์ โอรังลาอุต (Orang Laut) ที่น้อยคนจะรู้จัก ทว่าการเดินทางมาถึงของบริษัทบริติชอีสอินเดีย ประเทศอังกฤษ โดยการนำของ เซอร์ แสตมฟอร์ด รัฟเฟิลส์ ในปี 1819 ก็ได้เปลี่ยนแปลงโฉมหน้าของหมู่บ้านชาวประมงแห่งนี้ไปตลอดกาล สิงคโปร์กลายเป็นเมื่องท่าของเส้นทางการค้าเครื่องเทศ และศูนย์กลางทางทหารที่สำคัญของอังกฤษภายใน ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อังกฤษได้ปลูกฝังรากฐานด้านการค้า และการศึกษาให้สิงคโปร์อย่างเข้มแข็ง

ดังนั้นภายหลังจากที่สิงคโปร์แยกตัวออกจากมาเลเซีย และได้รับอิสรภาพจากอังกฤษ ในปี 1965 จึงสามารถพัฒนา บ้านเมืองได้อย่างรวดเร็ว คุณภาพชีวิตของประชาชนปรับตัวสูงขึ้นกว่าเดิมแบบผิดหูผิดตา อีกทั้งนโยบายเศรษฐกิจ ตามแนวทางของ อัลเบิร์ต วินเซมิอัส นักเศรษฐศาสตร์ชาวดัชท์ ก็ทำให้สิงคโปร์กลายเป็นผู้นำทางด้านอุตสาหกรรม การศึกษา และการวางผังเมือง อีกทั้งยังเป็นประเทศที่มีคุณภาพ มีระบบระเบียบและร่ำรวยที่สุดประเทศหนึ่งของโลก

City Information

Merlion Map

สวนสาธารณะแห่งนี้ตั้งอยู่ริมอ่าวมารีน่า ทางตอนใต้ของเกาะสิงคโปร์เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศ เพราะเป็นที่ตั้งของเมอร์ไลออน บริเวณนี้มีรูปปั้นสิงโตทะเลอยู่สองตัว เมอร์ไลออนตัวเล็กด้านหลังตัวใหญ่คือรูปปั้นชิ้นแรก ส่วนตัวยอดนิยมที่นักท่องเที่ยวแวะเวียนมาชมไม่ขาดสาย สร้างขึ้นเป็นตัวที่ 2 สูงประมาณ 2 เมตร ยืนหันหน้าออกสู่อ่าวมารีน่า ซึ่งเมื่อกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2552 เมอร์ไลออนตัวนี้ถูกฟ้าผ่าจนชิ้นส่วนบนหัวแตกร่วงลงพื้น ทางการสิงคโปร์ได้ทำการซ่อมแซมจนรูปปั้นกลับมาสวยงามดังเดิม โดยรูปปั้นสิงโตทะเลนี้เปรียบเสมือนสัญญาลักษณ์ของประเทศสิงคโปร์เลยก็ว่าได้

Orchard Map

ถนนสายเล็กๆ ที่ชื่อว่าออร์ชาร์ด เมื่อ 150 กว่าปีก่อน เป็นเพียงแค่ถนนที่เต็มไปด้วยสวนผลไม้ ต้นจันทน์เทศ และสวนพริกไทยเท่านั้น จวบจนทศวรรษ 1850 บนเขตพื้นที่ที่เรียบง่ายเหล่านี้ เริ่มเปลี่ยนแปลงไป เมื่อผู้คนย้ายเข้ามาอยู่ ศูนย์อาหารกลางแจ้ง ตลาดสด วัดวาอาราม เริ่มก่อร่างสร้างตัวขึ้น จนกระทั้งถึงปี ค.ศ. 1903 เริ่มมีร้านรวงต่าง ๆ ผุดขึ้นบนถนนออร์ชาร์ด พร้อมด้วยซูเปอร์มาร์เก็ตแห่งแรกของสิงคโปร์ ที่ซึ่งเป็นที่ตั้งของห้างเดอะในปัจจุบัน

โดยห้างสรรพสินค้าแห่งแรกเปิดขึ้นโดยซี.เค. แทง (C. K. Tang) พ่อค้าชาวสิงคโปร์ในปี ค.ศ. 1958 หลังจากนั้นเขาขายกิจการไปในปี ค.ศ. 1982  จึงได้เกิด Tang Plaza ห้างสรรพสินค้าแห่งใหม่ขึ้น ซึ่งเป็นที่ตั้งของโรงแรมอีกด้วยมาแทนที่ ปัจจุบันถนนออร์ชาร์ดถือว่าเป็นถนนสายช้อปปิ้งที่มีชื่อเสียงที่สุดของเอเชียเลยก็ว่าได้ เต็มไปด้วยห้างสรรพสินค้า Brand นำจากทั่วโลกภัตตาคาร และโรงแรม ห้างค้าปลีก สถานที่รับประทานอาหาร และแหล่งบันเทิงต่าง ๆ เพื่อช้อป ชิม และเพลิดเพลินในทุกรูปแบบ จนเรียกถนนที่มีระยะทาง 2.2 กิโลเมตร แห่งนี้ ว่าเป็นสวรรค์ของนักช้อปเลยที่เดียว

Singapore-Flyer Map

สิงคโปร์ฟลายเออร์ซึ่งตั้งอยู่ใจกลางอ่าวมารีน่า เบย์ เป็นสถานที่ที่ทุกคนที่ไปเยือนสิงคโปร์ห้ามพลาด เพราะสิงคโปร์ฟลายเออร์จะนำทุกคนขึ้นไปสูงจากพื้นดิน 165 เมตร หรือเท่า ๆ กับตึก 42 ชั้น และและด้วยมุมมองระยะนี้ จะทำให้มองเห็นวิวทิวทัศน์เบื้องล่างที่สวยงามน่าทึ่ง ทั้งในยามกลางวันและกลางคืน ภายในแคปซูลปรับอากาศที่มีทั้งหมด 28 แคปซูล จะพานักท่องเที่ยวเดินทางกลางเวหานาน 30 นาที ซึ่งจะมองเห็นสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์อันเป็นสัญลักษณ์สำคัญ และวิวทิวทัศน์อันงดงามตั้งแต่อ่าวมารีน่า เบย์ไปจนถึงแม่น้ำสิงคโปร์ อาทิ ราฟเฟิลส์ เพลซ (Raffles Place) เมอร์ไลออน พาร์ค (Merlion Park) เอ็มเพรสเพลส (Empress Place) และปาดัง (Padang)

Sentosa Map

เกาะเซนโตซ่าอยู่ทางใต้ของเกาะสิงคโปร์  เป็นเกาะที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 4  ของประเทศ  ในอดีตเคยเป็นทั้งฐานทัพของอังกฤษและหมู่บ้านประมงของชาวบ้าน  แต่เมื่อปี  พ.ศ. 2515  รัฐบาลก็ตัดสินใจทุ่มงบประมาณเปลี่ยนแปลงเกาะนี้ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ครบครัน

มีโรงแรม สวนสนุก ชายหาด พิพิธภัณฑ์ทางทหาร สวนผีเสื้อและแมลง รวมไปถึงกาสิโน สวนน้ำ สวนสนุก หรือพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ จึงรับรองได้ว่า Santosa จะไม่ทำให้ทุกคนผิดหวัง สามารถไปเที่ยววันเดียวแบบไปกลับ หรือจะค้างคืนก็สะดวก เนื่องจากมีรีสอร์ทที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกที่ครบครัน มีชายหาดที่ยาวถึง 3.2 กม. เหมาะสำหรับการอาบแดดอีกด้วย

โดยมีสถานที่ต่างๆ ที่สำคัญดังนี้

• Sentosa Merlion
• Palawan Beach
• Fort Siloso Skywalk
• Palawan Kidz City
• Sentosa Golf Club – Clubhouse

• Siloso Beach
• Port of Lost Wonder
• Wings of Time
• Faber Peak Singapore

Garden by the bay Map

สวนพฤกษชาติ การ์เด้นส์ บาย เดอะ เบย์อยู่ติดกับเขื่อนเก็บน้ำมาริน่า มีวิวริมน้ำที่งดงามจนต้องตะลึง เป็นแหล่งรวมพืชสวนที่ได้รับรางวัลมานับไม่ถ้วน ในพื้นที่ 101 เฮคเตอร์ที่เกิดจากการถมทะเล และประกอบด้วยพื้นที่ 3 ส่วนหลัก คือ เบย์ เซาธ์ การ์เด้น (Bay South Garden), เบย์ เซนทรัล การ์เด้น (Bay Central Garden), และเบย์ อีสต์ การ์เด้น (Bay East Garden)

เบย์ เซาธ์ การ์เด้น คือส่วนที่ใหญ่ที่สุด สวนแห่งนี้ได้แรงบันดาลใจจากกล้วยไม้ จึงได้รับการออกแบบให้ดูคล้ายดอกไม้ประจำชาติสิงคโปร์ นั่นคือ ดอกแวนด้าที่ชื่อ ‘มิส โจอาควิม’ (Miss Joaquim) โดยมี ซูเปอร์ทรีส์ ต้นไม้ยักษ์อยู่ที่นี่ สวนแนวตั้งที่มีรูปทรงเป็นต้นไม้เหล่านี้มีความสูงเท่าอาคาร 9 ถึง 16 ชั้น สามารถเดินบนทางเดินลอยฟ้าที่เชื่อมระหว่างซูเปอร์ทรีส์สองต้นเพื่อชมวิวสวนจากมุมสูง และในยามเย็น จะมีการแสดงแสง สี เสียง ที่การ์เด้น แรปโซดี (Garden Rhapsody) ท่ามกลางซูเปอร์ทรีส์อีกด้วย

เบย์ เซนทรัล การ์เด้น เป็นสวนที่เล็กที่สุดใน Gardens by the Bay ก็จริง แต่ก็ยังควรค่าแก่การเที่ยวอยู่ดี ทัศนีภาพอันงดงามนี้มีทางเดินเลียบแม่น้ำยาว 3 กิโลเมตร มองเห็นวิวกว้างไกลจรดขอบฟ้า สิงคโปร์ สวนแห่งนี้จะเชื่อมไปยัง East Garndens กับ South Gardens

เบย์ อีสต์ การ์เด้น คือสนามหญ้าเขียวชะอุ่ม อยู่ท่ามกลางต้นปาล์มจากเขตร้อนชื้น สามารถเดินลัดเลาะจากบริเวณทางเดินริมน้ำในยามเย็น ซึ่งจะเห็นเส้นขอบฟ้าสิงคโปร์ที่งดงาม

Little India Map

ลิตเติ้ลอินเดียย่านอารยธรรมที่ปัจจุบันนับว่าเป็นย่านที่มีสีสันมากที่สุดในสิงคโปร์ หากเดินไปตามถนนเซรังกูนและถนนใกล้เคียง จะพบการผสมผสานวัฒนธรรมที่เหลือเชื่อ ทั้งวัดฮินดู วัดจีน มัสยิด และโบสถ์ต่างๆ อยู่รวมกันอย่างมีศิลปะ ทั้งยังเป็นแหล่งอาหารมังสวิรัตแบบอินเดียใต้ ธันดูร์ของอินเดียเหนือ และอาหารท้องถิ่น เช่น โรตีปราตา และเตะห์ ตาริก (ชาชักแบบมาเลย์)

อีกทั้งเป็นย่านช้อปปิ้งด้วย ห้างสรรพสินค้ามุสตาฟา เซ็นเตอร์ (Mustafa Centre) ที่เปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง จำหน่ายสินค้าทุกชนิดตั้งแต่อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ไปจนถึงสินค้าอุปโภคบริโภค หรือเท็กกะ เซ็นเตอร์ (Tekka Centre) แหล่งช้อปปิ้งกลางแจ้ง ร้านทอง และร้านขายส่าหรีหลากหลายให้เลือกสรร จนไม่น่าเชื่อว่าครั้งหนึ่งลิตเติ้ลอินเดียเคยเป็นย่านสนามแข่งม้าสำหรับชาวยุโรป ที่มีแต่ฝูงวัว และเตาเผาอิฐในทศวรรษ 1840 เลย

Gampong Glam Map

กัมโปงกลามนั้นที่จริงแล้วมาจากคำว่า กลาม (glam) ที่แปลว่า เสน่ห์อันงดงาม พื้นที่นี้เป็นการผสมผสานความหลากหลายทางประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และไลฟ์สไตล์ที่ทันสมัยเข้าด้วยกัน เริ่มต้นที่มัสยิดสุลต่าน (Sultan Mosque) ที่เป็นสัญลักษณ์ และเดินเที่ยวไปตามถนนสายต่าง ๆ ในย่านนั้น

กัมโปงกลามมีต้นกำเนิดมาจากหมู่บ้านชาวประมงที่ปากแม่น้ำโรเชอร์ (Rochor) คำว่า “กัมปง”  ในภาษามาเลย์นั้น หมายถึง “หมู่บ้าน” และพื้นที่แถบนี้มีต้นกีลาม ขึ้นดกดื่น (หรือต้นเสม็ดขาว) ที่ปลูกกันมากที่นี่และใช้สำหรับการต่อเรือ จนในปี ค.ศ. 1822 ท่านเซอร์ สแตมฟอร์ด ราฟเฟิลส์ (Sir Stamford Raffles) ได้จัดสรรพื้นที่แถบนี้ให้แก่สุลต่าน ฮุสเซน โมฮัมเหม็ด ชาห์ (Sultan Hussain Mohammed Shah) ชาวมาเลย์ และคนอื่นๆ ในชุมชนชาวมุสลิม รวมทั้งพ่อค้าชาวอาหรับและบูกิสอยู่รวมกัน โดยทุกวันนี้ “Istana” หรือ พระราชวัง เป็นที่ตั้งของศูนย์มรดกมาเลย์ ที่ซึ่งคุณสามารถเรียนรู้ประวัติความเป็นมาและวัฒนธรรมมาเลย์ใด้ดีอย่างยิ่ง

Jurong Bird Park Map

สวนนก จูร่ง บนพื้นที่บริเวณกว้าง 20.2 เฮคเตอร์ แห่งนี้ ตั้งอยู่ทางตะวันตกของสิงคโปร์ เป็นสวนนกที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย โดยมีนกมากกว่า 5,000 ตัวจาก 400 สายพันธุ์ สามารถพบปะฝูงนกมากมายในช่วงให้อาหารประจำวัน แม้กระทั่งนกที่บินไวหาตัวจับยากอย่าง ไก่ต๊อกมีหงอน (crested guinea fowl) นกกิ้งโครงสีรุ้ง และนกทูราโค่ อีกทั้งยังมีส่วน วอเตอร์ฟอล อาเวียอารี่ (Waterfall Aviary) ซึ่งเป็นหนึ่งในกรงนกที่ใหญ่ที่สุดในโลกที่สามารถเดินเข้าไปชมได้ ซึ่งที่นี่คือบ้านของนกกว่า 600 ตัวและมีน้ำตกสูง 30 เมตร

นอกจากนี้ ยังมีสถานที่ที่เป็นดาวเด่นอื่นๆ อีกรวมถึง กรงนกโนรีแบบวอล์คอินที่ใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งสูงกว่าตึก 9 ชั้น และนักท่องเที่ยวสามารถใกล้ชิดกับนกโนรีสีสันสวยงาม 15 สายพันธุ์ และเพนกวินโคสต์ที่น่าประทับใจและอีกหลากหลายสายพันธุ์ อย่างฟลามิงโก้เลก (Flamingo Lake) นับร้อย ๆ ตัว และใกล้ๆ กันยังมีเพลิแกนโคฟ (Pelican Cove) ที่มีนกกระทุงครบทุกสายพันธุ์

สวนนกแห่งนี้เป็นที่หาความรู้ และที่พักผ่อนของคนทุกเพศทุกวัย เพราะนอกจากชมนกหายากเหล่านี้แล้ว ยังมีการบินโชว์ของสัตว์โลกที่งามสง่า สาธิตการไล่ล่าอย่างดุเดือดของนกอินทรี นกเหยี่ยวฟัลคอน หรือนกเหยี่ยวฮอว์ก และอื่นๆ อีกมากมาย

Changi Airport Map

สนามบินหลักของสิงคโปร์ที่ได้รับการจัดอันดับให้เป็นหนึ่งในสนามบินที่ดีที่สุดในโลกอย่างต่อเนื่อง นักท่องเที่ยวที่เดินทางโดยเครื่องบินไม่จำเป็นต้องออกนอกเส้นทาง หากต้องการช้อปปิ้ง รับประทานอาหาร และเพลิดเพลินกับกิจกรรมบันเทิงที่อาคารผู้โดยสารทั้ง 3 แห่งของสนามบินนี้ เพราะที่นี่มีร้านค้าปลอดภาษีที่ดีเยี่ยมขายซึ่งจำหน่ายสินค้าทุกชนิด นับตั้งแต่เครื่องสำอางและสุรา ไปจนถึงนาฬิกาหรูหราและเครื่องประดับแฟชั่น

นอกจากการช๊อปปิ้งแล้ว สนามบินแห่งนี้ยังให้บริการความบันเทิงรูปแบบอื่นๆ อย่างวิดีโอเกม จอทีวีขนาดใหญ่ และโรงภาพยนตร์สองแห่ง หากต้องการทำงาน มีบริการอินเทอร์เน็ตฟรีและเก้าอี้ที่นั่งสบายทั่วสนามบิน รวมถึงสวนผีเสื้อแห่งแรกของโลกในบริเวณสนามบินให้ผู้โดยสารได้ผ่อนคลาย และยังมีบริการนวดกดจุดฝ่าเท้าแบบตะวันออก แทบไม่น่าเชื่อว่าทั้งหมดนี้อยู่สนามบินชางฮีแห่งนี้

FAQ

ระหว่างเรียนที่สิงคโปร์ทำงานได้มั้ย

สิงคโปร์ ไม่อนุญาต ให้นักเรียนทำงานพิเศษระหว่างเรียน หากจะทำงาน ต้องสมัครงาน และขอวีซ่าทำงานหลังจากเรียนจบ

ค่าเรียนปริญญาตรีที่สิงคโปร์เท่าไหร่
  • ค่าเล่าเรียนต่อปี มหาวิทยาลัยของรัฐบาลสิงคโปร์  ประมาณ 20,000 – 35,000 เหรียญสิงคโปร์
  • ค่าเล่าเรียนต่อปี มหาวิทยาลัย หรือสถาบันเอกชน สิงคโปร์  ประมาณ 25,000 – 40,000 เหรียญสิงคโปร์
เรียนปริญญาตรีที่สิงคโปร์กี่ปี

ส่วนใหญ่เรียนปริญญาตรี 2 ปี

ค่าหอพักที่สิงคโปร์เท่าไหร่

ขึ้นอยู่กับห้องพัก และไลฟ์สไตล์ของนักเรียนแต่ละคน

  • ค่าพักอาศัย จะอยู่ที่ ประมาณ 900 – 2000 เหรียญสิงคโปร์ ต่อเดือนค่ะ
  • ค่าน้ำค่าไฟฟ้า อยู่ที่ 3 เดือน  ประมาณ 500 เหรียญสิงคโปร์ ค่ะ
  • ค่าใช้จ่ายส่วนตัว ประมาณ 800- 1,000  เหรียญสิงคโปร์ต่อเดือน
Fee Protection Scheme คือ ประกันอะไร

ประกัน Fee Protection Scheme คือประกันคุ้มครองนักเรียนต่างชาติ ในกรณีสถานศึกษาปิดกิจการกลางคันนักเรียนจะได้รับเบี้ยประกันจากบริษัทประกันภัย จะจ่ายหลัง

ทำไมเรียนปริญญาตรีที่สิงคโปร์ใช้เวลาแค่ 2 ปี

เนื่องจากในแต่ละปีการศึกษา ประกอบด้วยการเรียนทั้งหมด 3 เทอม และมีช่วงปิดเทอมสั้นๆ หากเทียบกับมหาวิทยาลัยทั่วๆ ไปในประเทศอื่น

อิมเอ็ดดูเคชั่น

เป็นศูนย์แนะแนวการเรียนต่อต่างประเทศระดับมาตรฐานสากลได้รับการรับรองหน่วยงานทั้งในประเทศไทย และต่างประเทศมากมาย อีกทั้งยังเป็นสมาชิก Tieca  รวมถึงผ่านการอบรมโดยสถานทูตต่างๆ มากมาย